วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.แรงงานชี้ค่าแรง300บาท สูงอันดับ3ของอาเซียน

"กระทรวงแรงงาน" ชี้ ค่าแรง 300 บาทของไทย สูงเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน พร้อมยืนยันดูแลเรื่องค่าจ้าง - สวัสดิการแรงงานต่างด้าวอย่างดี

นายธีรพล ขุนเมือง โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อัตราค่าจ้างแรงงานรายวันขั้นต่ำ 300 บาทของประเทศไทย เป็นอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน เป็นรองแค่ประเทศสิงคโปร์และบรูไน ซึ่งค่าจ้างในเรตดังกล่าว นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ได้ชื่นชมว่าประเทศไทยว่าให้การดูแลแรงงานต่างด้าวเป็นอย่างดี และให้ค่าจ้างรายวัน 300 บาทเป็นอย่างต่ำ ซึ่งเท่าเทียมกับแรงงานไทย ที่สำคัญเวลาอุบัติเหตุจากการทำงานก็จะมีกองทุนเงินทดแทนดูแลหมด เพราะเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการณ์ ถือว่ามีการดูแลอย่างครบถ้วน ไม่เห็นว่าจะไปพูดในเวทีไหนเลยว่าประเทศไทยดูแลแรงงานต่างด้าวไม่ดี

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่านายจ้างไทยบางส่วนให้ค่าจ้างน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ หักเงินเดือนแรงงานต่างด้าวนั้นเป็นเพียงอดีต แต่ปัจจุบันไม่ใช่ ขอยืนยันว่าขณะนี้มีการแก้ไขปัญหาได้จนรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาให้ไทยออกจากบัญชีเทียร์ 3 ขึ้นสู่เทียร์ 2  ถ้าไทยไม่ดูแลที่ดีคงไม่ถูกเลื่อนระดับดีขึ้นอย่างนี้ ถ้ามีพื้นที่ไหนได้รับค้าแรงขั้นต่ำกว่า 300 บาท ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือแรงงานต่างด้าว สามารถแจ้งมาที่กระทรวงได้ นอกจากแรงงานพาร์ทไทม์รายชั่วโมงอาจจะได้ไม่ถึง

ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องการดูแลค่าจ้างนั้นไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมามีแต่คนชื่นชม มีแต่คนไทยเองที่ไม่พอใจที่ดูแลแรงงานต่างด้าวดีกว่าแรงงานไทยด้วยซ้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในบางกิจการ ที่คนไทยเองไม่ทำ เมื่อคนเข้ามาทำงานก็ต้องดูแลกัน ทั้งนี้ ในส่วนของแนวโน้มค่าจ้างในปัจจุบันถึงอนาคตนั้นนายกรัฐมนตรี และ รมว.แรงงาน มุ่งเน้นเน้นเรื่องค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานมากกว่า โดยไม่ได้ยึดโยงกับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทแล้ว เพราะต้องการให้คนไทยพัฒนาฝีมือแรงงานให้สูงขึ้น เพราะก้าวต่อไปต้องมีเทคโนโลยีเข้ามามาก ล่าสุดมีมากถึงใน 55 สาขา ค่าแรงสูงสูดอยู่ที่วันละ 810 บาท ต่ำสุดอยู่ที่วันละ 340 บาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยนั้นได้รับอนุญาตให้ทำงานแค่กลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งมีอัตราค่าแรงไม่ต่ำกว่า 300 บาท ส่วนนายจ้างจะให้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มเติมนั้นขึ้นอยู่กับนายจ้าง แต่ถ้าเป็นค่าแรงในกิจการต่างๆของประเทศเพื่อนบ้าน ตนไม่ทราบว่าจะมีการปรับทิศทางไปอย่างไร แต่การปรับเปลี่ยนตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สำคัญแม้จะปรับเพิ่มแล้ว แต่การดึงแรงงานของตัวเองกลับประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน