วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 18-22 ก.ค. 59

ราคาน้ำมันดิบคาดจะทรงตัวในระดับสูง หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ปรับลดลงและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 44 - 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 45 - 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 - 22 ก.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลงติดต่อกันนานกว่า 9 สัปดาห์ ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ก็มีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป นอกจากนี้สถานการณ์โจมตีแหล่งผลิตน้ำมันดิบของไนจีเนียยังคงสร้างความกังวลต่อตลาดน้ำมันด้วย อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับสูงขึ้นใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เริ่มกลับมาขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติมอีกครั้ง สะท้อนจากรายงานจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ คงปริมาณการกลั่นอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ก.ค. ปรับลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่เก้าติดต่อกัน สู่ระดับ 521.8 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 0.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 63.9 ล้านบาร์เรล

- ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงและอาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันดิบ หลังการเลือกตั้งสภาสูงของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา พรรคลิเบอรัล เดโมเครติก ปาร์ตี้ (LDP) ของนายกรัฐมนตรีชินโซ อะเบะ ชนะด้วยคะแนนเสียงค่อนข้างมาก ซึ่งในเร็วๆ นี้นายกรัฐมนตรี ชินโซะ อะเบะ ได้เตรียมที่จะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และตลาดคาดการณ์ว่าในการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นสิ้นเดือน คณะกรรมการนโยบายการเงินของญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะออกนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมตามนโยบายของอะเบะที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจยังชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) วันที่ 26-27 ก.ค. นี้

- จับตาสถานการณ์การผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย หลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่ม Niger Delta Avengers ยังคงเดินหน้าโจมตีแหล่งผลิตและท่อขนส่งน้ำมันดิบต่อเนื่อง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธได้กล่าวอ้างว่ามีการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันดิบ Que Iboe ของบริษัท Exxon Mobil และ หนึ่งในท่อขนส่งน้ำมันดิบ Bonny Light ของบริษัท Shell ซึ่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตยังคงไม่แน่ชัด จากข้อมูลล่าสุด รัฐบาลไนจีเรียคาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 30 วันที่ประมาณ 1.34 ล้านบาร์เรลต่อวันมาอยู่ที่ประมาณ 1.8 – 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสามารถทำการซ่อมแซมท่อขนส่งน้ำมันดิบที่ถูกโจมตีไปเมื่อเดือนก่อนให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามเดิม

- ระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้ระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายในสหรัฐ เริ่มคุ้มทุนที่จะกลับมาดำเนินการผลิตใหม่และเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในแหล่งการผลิต Permian โดยจากรายงานล่าสุดของ Baker Hughes พบว่าปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ณ วันที่ 1 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 10 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 351 แท่น ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังเริ่มที่จะมีการเริ่มดำเนินการผลิตในหลุมน้ำมันที่ขุดไว้แล้วแต่ยังไม่ได้การผลิต (Drilled but Uncompleted Wells หรือ DUCs )

- สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุในรายงานประจำเดือน มิ.ย. ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่งผลกดดันต่อการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน โดยปริมาณน้ำมันคงคลังเชิงพาณิชย์ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเดือน พ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 13.5 ล้านบาร์เรลสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,074 ล้านบาร์เรล และตัวเลขคาดการณ์ในเดือน มิ.ย. ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบที่เก็บในเรือ (Floating Storage) ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนที่อยู่อาศัยที่กำลังก่อสร้างสหรัฐ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจีน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ และดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-15 ก.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.54 ดอลลาร์ ปิดที่ 45.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.85 ดอลลาร์ ปิดที่ 47.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 42.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงในสหรัฐ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง รวมไปถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัวใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับลดลงไปมากนัก เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานสหรัฐ ที่แข็งแกร่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นกว่าในช่วงไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงสถานการณ์ในไนจีเรียที่ยังไม่สงบ หลังจากมีการโจมตีท่อส่งน้ำมันอีกครั้งในบริเวณรัฐบาลเยลซา ของบริษัท ENI เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา


                                                           -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999