วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บล.เคทีบี'เชื่อหุ้นไทยวิ่งได้ต่อ คาดทดสอบ1,520จุด

"บล.เคทีบี" ปนะเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้วิ่งได้ต่อ จากแรงหนุนเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง คาดทดสอบ 1,520 จุด ระวังแรงขายทำกำไร

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดมาในสัปดาห์นี้ (20-22 ก.ค.) ที่จะมีการซื้อขายเพียง 3 วัน มองว่าตลาดยังน่าจะไปต่อได้สู่ระดับดัชนีที่ 1,500 จุดและเดินหน้าต่อเพื่อไปทดสอบดัชนีที่ 1,520 จุด ซึ่งการปรับขึ้นของต่อดัชนีดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นการปรับตัวไปตามปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่แท้จริงแต่เป็นเพราะเงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในตลาดมากจึงดันให้ดัชนีปรับขึ้นไป

ดังนั้นตลาดอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาได้ ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้มีปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามคือการประกาศตัวเลขการผลิตรถยนต์ในวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งหากตัวเลขออกมาดีจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไปได้เพราะหุ้นที่เกี่ยวกับชิ้นส่วนยานยนต์มีผลต่อดัชนีตลาด และยังเป็นตัวสะท้อนให้เห็นด้วยว่าเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนอีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป(ECB)ในวันที่ 21 ก.ค. ว่าจะมีผลการประชุมออกมาอย่างไร รวมไปถึงปัจจัยเรื่องการคาดการณ์ตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้จึงมองว่า เนื่องจากตลาดจะมีการซื้อขายเพียงแต่ 3 วันและการที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมามากแล้ว ดังนั้นตลาดอาจจะไปต่อได้ไม่มาก บล.KTBST จึงแนะนำว่า หากดัชนีไม่สามารถผ่าน 1,500 จุดไปได้ ก็ให้หยุดรอดูสถานการณ์ (wait and see) และเข้าลงทุนต่อไปตามสถานการณ์ตลาด โดยหุ้นที่ บล.KTBST แนะนำคือ หุ้นกลุ่มขนาดกลาง ขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุน ได้แก่ PTT , BANPU , ADVANC , CPALL รวมไปถึงหุ้นกลุ่มที่มีการจ่ายเงินปันผลกลางปีและมีการจ่ายเงินปันสูง ได้แก่ INTUCH และหุ้นกลุ่มที่มีการคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ที่จะออกมาดีรวมทั้งมีข่าวดีเฉพาะตัวได้แก่ DCC , PLANB , TVT

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าสำหรับคำแนะนำในการลงทุนในระยะสั้นตลาดหุ้นยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาเอเชียทั้งในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียรวมทั้งไทยยังคงไปได้ต่อในสัปดาห์หน้า ดังนั้นจึงยังแนะนำให้ลงทุนในหุ้นเอเชียโดยเฉพาะญี่ปุ่นและไทยและทยอยขายทำกำไรหุ้นยุโรปและทองคำเพราะว่ามองตลาดหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจะส่งให้ทองคำได้รับความน่าสนใจน้อยลง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ KTBST ยังคงแนะนำให้สะสมกองทุน รวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานและหุ้นกู้เอกชนไทย ส่วนค่าเงินบาทมีทิศทางที่มีเสถียรภาพมากขึ้นเพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น