วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนใช้สิทธิยื่นคำขอหลักประกันธุรกิจกว่า 4 หมื่นราย

"ผ่องพรรณ" เผยยอดคำขอใช้สิทธิตามกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ 2 สัปดาห์สูงเกินกว่า 4 หมื่นคำขอ เชื่อไม่เกิดปียอดถึง 3 แสนแน่

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า หลังจากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่างๆได้รายงานตัวเลขการยื่นคำขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายดังกล่าวของกลุ่มผู้ประกอบรายที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินนั้นๆมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับแล้วจนถึงขณะนี้กว่า 40,000 คำขอ และเมื่อคิดเป็นสัดส่วนยอดเงินขอกู้ในจำนวนดังกล่าวมากเกือบ 2 แสนล้านบาท โดยมีสัดส่วนจากที่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจากเดิมเป็นบัญชีเงินฝากมาเป็นการใช้สินค้าคงคลัง เช่น ที่ดิน อุปกรณ์เครื่องจักรและอื่นๆตามเกณฑ์ที่กฎหมายระบุไว้เพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าในเวลาอีกไม่นานจำนวนผู้ประกอบการที่มีกว่า 3 แสนรายจะยื่นคำขอใช้สิทธ์ตามกฎหมายดังกล่าวครบก่อนภายใน 1 ปีนี้อย่างแน่นอน

“ผู้ประกอบการ จะเข้าที่ถึงเงินทุนได้โดยตรงเพื่อนนำไปขยายกิจการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเพิ่มขึ้น โดยนำทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่ กิจการทั้งบัญชีเงินสดและบัญชีเงินฝาก หรือสินค้าคงคลัง เช่น วัสดุอุปกรณ์เครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์ หรือลูกหนี้ของบริษัท หรือทรัพย์สินทางปัญญาสามารถนำมาใข้ประโยชน์ในการวางเป็นหลักทรัพย์เพื่อขอกู้เงินเพิ่มจากสถาบันการเงินต่างๆได้ และไม่เพียงกลุ่ม SMEs เท่านั้น โดยกลุ่มผู้ประกอบการเกิดใหม่ Startup จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นอีกด้ว” น.ส.ผ่องพรรณกล่าว

นอกจากนี้ ส่วนความคืบหน้าการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเพียงคนเดียวนั้น ขณะนี้ หลักเกณฑ์ร่างกฎหมายและระเบียบวิธีปฎิบัติต่างๆทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วและได้นำเสนอต่อผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว โดยขณะนี้เห็นว่าทางกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเรื่องให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจได้พิจารณาเห็นชอบแล้วเช่นกัน คาดว่าน่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้หรืออย่างช้าภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นตามขั้นตอนเมื่อผ่านที่ประชุม ครม.แล้วจะเสนอให้คณะกรรมการกฤฎีกาตรวจสอบร่างและนำเสนอให้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาได้ โดยคาดหวังหากพิจารณากฎหมายฉบับนี้ทันในรัฐบาลชุดนี้ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจในกิจการต่างๆได้อย่างแน่นอน