"หอการค้าไทย"คาดเงินสะพัดช่วงเทศกาลอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาถึง 5,773.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% สูงสุดในรอบ 5 ปี จี้รัฐเร่งเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พร้อมทั้งวันหยุดยาว 5 วัน พบว่าจะมีเงินสะพัดถึง 5,773.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 นับว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.05 ของจีดีพี แม้ว่าจะยังไม่มาก แต่นับเป็นสัญญาณดีที่สะท้อนว่าประชาชนมั่นใจว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นแล้ว จึงพร้อมที่จะจับจ่ายใช้สอย แต่ยังมองว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้า ๆ หรือเป็นรูปตัวยูช่วงแอ่งกระทะ และคาดว่าไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างเด่นชัดขึ้น
สำหรับเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษานั้น ชาวพุทธศานิกชนยังคงใช้จ่ายเพื่อทำบุญมากขึ้นกว่าเดิม หรือเฉลี่ยใช้เงินคนละ 4,571 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 ทั้งด้านปริมาณและมูลค่าการใช้จ่าย โดยใช้เงินเพื่อซื้อของตักบาตรมากที่สุด เฉลี่ยคนละ 436 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.5 รองลงมา คือ ทำบุญ 793 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ถวายเทียน 534 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ท่องเที่ยวในประเทศ 4,156 บาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 62 ทำทาน 352 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เวียนเทียน 277 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ปล่อยนก ปล่อยปลา 253 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เสี่ยงโชค ซื้อสลาก ซื้อหวย 986 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 กลับบ้านต่างจังหวัด 2,842 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.5 ทานอาหารนอกบ้าน 1,257 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 เที่ยวห้าง 1,460บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 63 เป็นต้น
“จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้คลายความสงสัยว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วหรือยัง ยืนยันว่าปัจจุบันประชาชนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่ฟื้นอ่อน ๆ เข้าไตรมาส 3 ความเชื่อมั่นมีมากขึ้น จากปัญหาภัยแล้งที่คลี่คลายลงไป สินค้าเกษตรราคาดีขึ้น ทั้งข้าว ยาง อ้อย มีส่วนทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นกล้าใช้จ่าย ยอดซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้บรรยากาศคึกคักขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวยังดีและการเบิกจ่ายภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เริ่มลงไปสู่พื้นที่แล้ว ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นดีขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันประชาชนคลายความกังวลเกี่ยวกับกรณีเบร็กซิทและการลงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจระยะสั้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีหลังต้องการให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่ามาตรการเพิ่มวันหยุดยาว มาตรการชอปช่วยชุมชนนั้น จะมีผลต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว มีสินค้าโอทอป น่าจะทำให้เงินสะพัดในพื้นที่ได้มาก 500-1,000 ล้านบาทในช่วง 1 เดือน หรือสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นได้ร้อยละ 0.1-0.3 ของจีดีพีพื้นที่ เช่นเดียวกับมาตรการชอปช่วยชาติ พร้อมกันนี้แนะนำให้ผู้ประกอบการชุมชนติดป้ายว่าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ พร้อมโชว์ใบลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนทราบ ขณะเดียวกันเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้นด้วย








