ปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาด ต้องพึ่งพานวัตกรรมด้านดิจิทัลจนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ
สอดคล้องกับนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาล ที่กำหนดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตในลักษณะ “Innovative Driven Economy” ส่งผลให้องค์กรและแบรนด์ต่างๆ ต้องปรับตัวสู่ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น” ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้
อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น บริษัท มายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ดิจิทัลเอเยนซีในเครือ WPP กล่าวว่าแนวทางการปรับตัวสู่ยุค“ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น”ขององค์กรและแบรนด์ คือการยกระดับการใช้ “ดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่” ในการดำเนินธุรกิจและให้บริการลูกค้า เพื่อรักษาตลาดและสร้างรายได้มากขึ้นรองรับการแข่งขันในยุคการตลาดดิจิทัล 4.0
โดยมีลักษณะการใช้งาน“ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเพื่อธุรกิจ”ในยุคที่การสื่อสารและการทำงานเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ รูปแบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์(IoT) และผ่านเทคโนโลยี Machine-2-Machine คืออุปกรณ์ต่างๆเชื่อมโยงการทำงานกันเอง
ในกลุ่มผู้ประกอบการที่เดินหน้าการตลาดยุคดิจิทัล 4.0 จะมุ่งพัฒนารูปแบบการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสู่การสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจที่เพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ข้อมูลและอุปกรณ์จะถูกสร้างขึ้นเพื่อทำงานได้อัตโนมัติภายใต้การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้บริโภคเป็นแกนหลัก
ดังนั้นองค์กรจึงต้องมองหาจุดแข็งของแบรนด์และสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยต่อยอดการขาย พร้อมรับมือการแข่งขันที่รวดเร็วและรอบด้าน ปัจจุบันมีหลายองค์กรเริ่มปรับตัวสู่“ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น” เช่น ธนาคาร ประกันภัย ธุรกิจค้าปลีก ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่อาศัย
กลุ่มที่เห็นได้ชัดเจนในปีนี้ คือ เทคโนโลยีฟินเทค ของกลุ่มการเงินการธนาคาร เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้าในยุคดิจิทัล หากไม่ปรับตัวมีโอกาสที่จะสูญเสียลูกค้าให้กับแฟลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ดีกว่า
“ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้บริโภคมากขึ้น องค์กรและแบรนด์ต้องนำข้อมูลดิจิทัลจำนวนมากมาใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า พร้อมสร้างโปรดักท์และเซอร์วิสใหม่ เพื่อโอกาสการเติบโต”
ทิศทางของดิจิทัลเอเยนซีทั่วโลกเปลี่ยนแปลงสู่การปรับการทำงานในองค์กรด้วยรูปแบบดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นมาระยะหนึ่งและยังเป็นเทรนด์เช่นนี้ต่อไป ดังนั้นแนวโน้มทำงานของกลุ่มมายรัม จะแตกต่างจากเอเยนซีอื่นๆ ชัดเจนขึ้น โดยมุ่งสนับสนุนองค์กรและแบรนด์ต่างๆ ปรับตัวสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคเป็นแกนหลัก (User Centered Design)
สำหรับมายรัม ประเทศไทย จะเน้นการให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น ที่มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี การออกแบบที่เน้นการใช้งานของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การขายและการสื่อสารผ่านดิจิทัลครบทุกช่องทาง ซึ่งเป็นแนวโน้มการปรับตัวของธุรกิจในยุคนี้ จึงสร้างโอกาสการเติบโตให้บริษัทในอนาคต โดยวางเป้าหมายสิ้นปีนี้สัดส่วนรายได้จากบริการดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นมีสัดส่วน 50% ของรายได้มายรัม









