วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ททท.ขึงแผนสำรองรับ‘เบร็กซิท’

ททท.เตรียมแผนสำรองรับมือตลาดท่องเที่ยวอังกฤษผันผวนหลังเบร็กซิท จับมือ 5 ทัวร์โอเปอเรเตอร์ยักษ์พ่วงการบินไทยปั๊มยอดช่วงไฮซีซัน

นายธีระศิลป์ เทเพนทร์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลอนดอน กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวหลังจากสหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ เบร็กซิท พบว่ายังอยู่ในช่วงสุญญากาศ เนื่องจากนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศลาออกในเดือน ต.ค.และระบุไว้ชัดเจนว่าระหว่างนี้จะไม่เป็นผู้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเบร็กซิท เพราะฉะนั้นคาดว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ เรื่องที่สหราชอาณาจักรจะออกจากอียู

ดังนั้นความชัดเจนเรื่องการขนส่งเดินทางระหว่างอียู, นโยบายแรงงาน ฯลฯ จึงยังไม่มีการเจรจาหรือตัดสินใจจนถึง 1 ต.ค.ซึ่งประเด็นดังกล่าวเริ่มส่งผลให้ทุกฝ่ายชะลอการตัดสินใจทั้งหมดทั้งด้านการลงทุน, แรงงาน, การซื้อขายสินทรัพย์ เกิดภาวะชะงักงันไประยะหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงระดับที่ทำให้เศรษฐกิจดิ่งลงแต่อย่างใด เนื่องจากพื้นฐานและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของอังกฤษดีที่สุดในอียูอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้ประเด็นผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคือความอ่อนไหวของ “ค่าเงิน” ที่กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวและอาจไม่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ในระดับที่เคยเป็นได้อีก โดยเริ่มเห็นการซื้อเงินสกุลปอนด์เก็บไว้เพื่อเก็งกำไรมากขึ้น ดังนั้นในการจัดทำแผนการตลาดปี 2560 สำหรับตลาดสหราชอาณาจักรและยุโรป จึงต้องทำแผนความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในประเด็นนี้ไว้ โดยเตรียมแนวคิดการทำโครงการเชิงกลวิธี (Tactical Project) ตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทนำเที่ยวจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าจองโปรแกรมการเดินทางในช่วงฤดูหนาวที่ตรงกับไฮซีซันปลายปีของไทยพอดี ด้วยการร่วมมือกับ 5 บริษัททัวร์รายใหญ่ และบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างแคมเปญเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ยอดนักท่องเที่ยวในมือ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างรอดูว่าตลาดนี้จะมีผลกระทบอย่างไร เพื่อจะได้ตั้งเป้าหมายยอดขายแพ็คเกจชดเชยได้อย่างเหมาะสม

สำหรับแผนปี 2650 เป็นต้นไปนั้น จะต้องวางด้วยการรองรับปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจไว้ด้วย และทำให้เป้าหมายการเติบโตอาจไม่สูงมาก เพราะเชื่อว่าหากได้รับผลกระทบจากเบร็กซิท จะมีผลต่อเศรษฐกิจของยุโรปในภาพรวมด้วยในระยะยาว เป็นไปได้ว่าจะทำให้ชาวอังกฤษและยุโรประมัดระวังทำให้การจับจ่ายเพื่อเดินทางต่างประเทศน้อยลงไปบ้าง

“เศรษฐกิจยุโรปเพิ่งอยู่ในเชิงทยอยฟื้นกลับมาในขาขึ้นช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดกลับมีเบร็กซิทขึ้นมาทำให้ต้องเฝ้าระวังข้อตกลงกับอียูอีกรอบ เรียกว่าท่องเที่ยวไทยเองอยู่ในช่วงตั้งรับโดยรอดูสถานการณ์จากเบร็กซิทก่อน”

ดังนั้น เพื่อให้ไทยยังมีตลาดนักท่องเที่ยวหลากหลาย แผนการตลาดหลักของปี 2560 จะยังคงยึดตามกลยุทธ์ในภาพรวมคือการกระจายตลาดไปหากลุ่มเป้าหมายเมืองรองมากขึ้น โดยเข้าไปเจาะทำแผนตลาดตามสายการบินที่เปิดเส้นทางเชื่อมโยงสู่จุดหมายในไทย ในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ บริษัททุย ธอมสัน ซึ่งเป็นธุรกิจค้าส่งทัวร์รายใหญ่ที่ปกติมีเที่ยวบิน ลอนดอน (แกตวิก) -ภูเก็ต 1 เที่ยว/สัปดาห์ จะเริ่มเพิ่มเที่ยวบินจากเมืองแมนเชสเตอร์-ภูเก็ต 1 เที่ยว/2 สัปดาห์ นับเป็นการเปิดตลาดในเส้นทางเมืองรองเชื่อมสู่ภูเก็ตเป็นครั้งแรกในรูปแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์)

สำหรับสถานการณ์ราคาแพ็คเกจทัวร์ปัจจุบัน เชื่อว่าจะยังไม่ได้รับการต่อรองราคาลงไป เนื่องจากโปรแกรมมาเที่ยวไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ก็อยู่ในระดับที่ต่ำอยู่แล้ว อีกทั้งผู้ประกอบการฝั่งไทยเองก็ยังมีตัวเลือกจากเอเชียขึ้นมาถ่วงสมดุลทำให้มีอำนาจในการยืนราคาตามที่กำหนดได้ และทำให้อัตราค่าใช้จ่ายต่อหัวของตลาดอังกฤษ น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง และมีโอกาสมาอยู่ที่ 4,300 บาท/คน/วัน ได้ภายในปลายปี 2559 เพิ่มขึ้นจาก 3-4 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 3,900 บาท

“เป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ในปีหน้าว่าต้องหันมาเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวนั้น ตลาดสหราชอาณาจักรไม่มีปัญหาในการทำให้ได้ตามเป้า เนื่องจากแนวโน้มการใช้จ่ายอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่แล้ว เนื่องจากมีตลาดที่มีกำลังซื้อทยอยเพิ่มสัดส่วนต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลักชัวรี, ฮันนีมูน, กลุ่มสุขภาพ และนักกอล์ฟ”

ทั้งนี้ในช่วง 5 เดือนแรก นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรยังมีอัตราเติบโต 9% และหากไม่ได้รับผลกระทบจากเบร็กซิทมาก จึงเชื่อมั่นว่าน่าจะมีอัตราเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งยังสูงกว่าปี 2558 ที่เติบโตราว 4.3% และมั่นใจว่าสถานการณ์เบร็กซิทจะไม่ส่งผลเลวร้ายมากเกินไป เนื่องจากรัฐบาลยุโรปเองจะตระหนักว่าหากดำเนินนโยบายรุนแรงก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งหมด