วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นพอร์ต 'คลัง' เทรดคึก โบรกเชื่อยังไม่ถึงเวลาขาย

หุ้นพอร์ต "กระทรวงคลัง" เทรดคึก โบรกเชื่อยังไม่ถึงเวลาโละขาย

หลังจากมีกระแสข่าวว่า ‘กระทรวงการคลัง’ ต้องการที่จะขายหุ้นซึ่งอยู่ในพอร์ตการลงทุนออกมาบางส่วน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะภาวะตลาดหุ้นชะลอตัวลง ทำให้ราคาหุ้นอาจจะไม่จูงใจต่อการขายออกไป

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นในพอร์ตของกระทรวงการคลัง 6 จาก 10 ตัว ต่างปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น ได้แก่ การบินไทย (THAI) ธนาคารทหารไทย (TMB) บางจาก (BCP) อสมท. (MCOT) ผาแดง (PDI) และเอ็นอีพี (NEP) โดยการเปลี่ยนแปลงของหุ้นเหล่านี้ทำให้มูลค่าการถือครองของกระทรวงการคลังเพิ่มขึ้น

ขณะที่ ท่าอากาศยานไทย (AOT) และปตท. (PTT) แม้ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้านั้น โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.8% และ 27% คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 58,571.37 ล้านบาท และ 188,515.77 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาได้ร้อนแรงมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ‘การบินไทย’ ที่วิ่งขึ้นมากว่า 200% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา จากราคา 8 บาท ไปทำจุดสูงสุดที่ 27.25 บาท

สยาม ติยานนท์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ขณะนี้อาจจะยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนนักว่าราคาหุ้นเกินพื้นฐานที่ประเมินไว้ไปหรือยัง เพราะเดิมทีประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 12 บาท แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง จึงอาจจะมีการปรับประมาณการหลังจากงบไตรมาส 2 ออกมาแล้ว

“ก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์ก็ไปยังบริษัทถึงพัฒนาการสำคัญที่เปลี่ยนไป แต่คำตอบคือยังไม่มีอะไรเปลี่ยน โดยส่วนตัวมองว่าการเก็งกำไรน่าจะเป็นเรื่องของผลประกอบการที่ฟื้นกลับมาในปีนี้ แม้ทุกคนจะรับรู้มานานแล้ว แต่ก่อนหน้าราคาหุ้นก็ยังต่ำบุ๊ค แต่ปัจจุบันขึ้นไปถึง 1.5 เท่าแล้ว ส่วนเรื่องผลบวกจากการที่มีหนี้เป็นสกุลยูโร 40% และค่าเงินอ่อนค่าลงนั้น อาจจะไม่ได้รับผลบวกมากนัก เพราะหนี้อีกส่วนหนึ่งราว 12% ในสกุลเยนก็แข็งค่าขึ้นมาเช่นกัน”

ขณะที่โอกาสในการขายหุ้นนกแอร์ (NOK) ที่ถืออยู่นั้น มองว่าบริษัทไม่น่าจะขายออกไปในราคานี้ เพราะช่วงที่ขายไอพีโอราคา 26 บาท หากขายออกไปตอนนี้บริษัทจะต้องบันทึกขาดทุนจากการขายออกไป และยังเป็นการเพิ่มคู่แข่งอีกด้วย

ด้าน อสมท. เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ปรับขึ้นได้ร้อนแรง ล่าสุดวิ่งขึ้นไปชนเพดานระหว่างวันที่ 11.80 บาท ซึ่ง พัชรินทร์ วัฒนาแก้วศรีเพ็ชร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า เชิงพื้นฐานธุรกิจแล้วยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะที่เรทติ้งช่องทีวีก็ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และหลุดจาก 5 อันดับแรกไปแล้ว จากในอดีตที่เคยอยู่ในกลุ่มผู้นำมาตลอด

“ส่วนตัวคิดว่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นแรงเก็งกำไรเรื่องของคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่บริษัทอาจจะสามารถคืนให้กับกสทช.เพื่อนำไปเปิดประมูลต่อได้ หากเป็นไปตามนี้ก็จะทำให้บริษัทมีรายการพิเศษเข้ามาในอนาคต แต่มูลค่าจะเป็นเท่าใดนั้น ผู้บริหารก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ นอกจากนี้อาจเป็นเรื่องของที่ดินบริเวณรัชดา 50 ไร่ ซึ่งบริษัทเคยให้ข้อมูลตั้งแต่เมื่อ 2 ปี ว่าอาจจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด”

แม้หุ้นหลายตัวในพอร์ตของกระทรวงการคลังจะปรับเพิ่มขึ้นมาได้อย่างร้อนแรงในช่วงที่ดัชนีหุ้นไทยไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนทะลุ 1,460 จุด แต่หากเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันกับในอดีตแล้ว หุ้นทุกตัวปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นหากจะเห็นกระทรวงการคลังมีการขยับพอร์ต หรือขายหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในพอร์ตออกมาอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็อาจจะต้องใช้เวลากันอีกสักระยะหนึ่ง