ในปี 2558 ไทยในฐานะจุดหมายการถ่ายทำภาพยนตร์ สามารถดึงรายได้เข้าประเทศได้กว่า 3,164 ล้านบาท จากภาพยนตร์ทุกประเภทกว่า 724 เรื่อง
ไทยในฐานะจุดหมายการถ่ายทำภาพยนตร์ จากภาพยนตร์ทุกประเภทกว่า 724 เรื่อง ในปี 2558 ซึ่งหากวัดผลในเชิงจำนวนเรื่องแล้ว ไทยใกล้เป็น “อันดับหนึ่ง” ของเอเชียแล้ว แต่เป้าหมายท้าทาย ในแง่ “รายได้” ตามแผน ภายใน 2 ปี จะต้องเติบโต 2 เท่าตัว หรือแตะมีมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท
วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า มีองค์ประกอบ ต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน เป้าหมายดังกล่าว เช่น ความร่วมมือกับ 8 หน่วยงานในการรื้อฟื้นการทำงานของ “ศูนย์บริการครบวงจร ณ จุดเดียว” (วันสต๊อปเซอร์วิส) เพื่ออำนวยความสะดวกกองถ่ายทำจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือ การออกมาตรการอินเซนทีฟ หรือสิทธิประโยชน์สำหรับการถ่ายทำเป็นครั้งแรก หลังจากผลักดันมากว่า 10 ปี ด้วยการ “คืนเงินค่าใช้จ่าย” (Cash Rebate) ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำในไทยทั้งหมดในอัตราสูงสุด 20% นอกจากนี้
ไทยมีโอกาส ดึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หรือ “หนังฮอลลีวู้ด” มาถ่ายทำในไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกณฑ์การให้อินเซนทีฟ สอดคล้องกับกองถ่ายขนาดใหญ่
ปัจจุบันการแข่งขัน ดึงรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของ เอเชียมีสูงมากขึ้น เช่น ออสเตรเลีย ประกาศการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับกองถ่าย มาเลเซีย ให้เงินคืน ในอัตรากว่า 30% แต่หากเทียบองค์ประกอบ อื่นๆกับไทย
ที่มีจุดแข็งพื้นฐานเรื่องการบริการที่ยืดหยุ่น, ค่าครองชีพไม่สูง และบุคลากรมีความพร้อมและเป็นมืออาชีพ มั่นใจว่าอัตราที่ไทยเตรียมให้ 20% จะไม่ยิ่งหย่อน
คาดว่า แผนการดังกล่าวของไทยจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินสร้างรายได้กว่า 2 เท่าตัวจากปัจจุบันรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท
การวางมาตรการอินเซนทีฟครั้งนี้ ยังมองประโยชน์ในเรื่องการช่วย “กระจายรายได้” และผลพวงอื่นๆ ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากวางเกณฑ์อัตราการคืนเงิน แบ่งเป็น 15% สำหรับกองถ่ายที่ใช้งบประมาณตามที่กำหนด แต่อีก 3% นั้นจะได้รับคืนเงินเพิ่มก็ต่อเมื่อจ้างบุคลากรไทยในตำแหน่งสำคัญเพิ่ม และอีก 2% สำหรับการร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย เช่น เลือกโลเกชั่นตามที่ไทยต้องการส่งเสริม
ส่วนประเด็นที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นอันดับหนึ่งอื่นๆ คือ การมีสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีมาตรฐานรองรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในเดือน ต.ค.นี้ ภาคเอกชนของไทย ได้ลงทุนและเตรียมเปิดให้บริการสตูดิโอแห่งใหม่ซึ่งตรงกับความต้องการของฮอลลีวู้ด และมีทำเลใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสะดวกต่อการขนส่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และนักแสดงด้วย
ทั้งนี้ บริษัทแม็ทชิ่ง บรอดคาสท์ จำกัด ประกาศการลงทุนในโครงการก่อสร้างเมืองถ่ายหนังครบวงจร ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยโครงการดังกล่าวยังอยู่ภายใต้เกณฑ์การส่งเสริมกิจการนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมดิจิทัล ทำให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อน 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปีอีกด้วย
“ไทยยังเสริมความเข้มแข็ง ภายใน ด้วยการส่งเสริมผู้ผลิตภาพยนตร์ให้แข็งแกร่ง ด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 4 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมพื้นที่ 8 คลัสเตอร์เป็นสถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์ และมีการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในไทย คาดว่าจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเผยแพร่ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป”


