วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง จากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆมาสนับสนุน หลังหมดช่วง Window Dressing ไปในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเข้านี้ปรับตัวไร้ทิศทาง อย่างไรก็ดีแนวโน้มการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็นบวก อาจช่วยพยุงตลาดได้บ้าง โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมากถึง 6,872 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1434/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

KCE (105) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส

GCAP (3.00) : ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิต โครงการพักชำระหนี้เงินต้น และโครงการประกันภัยนาข้าว ทั้งนี้ GCAP มี market share สินเชื่อรถเกี่ยวข้าวสูงสุดในประเทศ อีกทั้งคาดผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงต้นปีจากการเข้าสู่ช่วง high season ซึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว การเปลี่ยนจาก el nino เป็น la nina ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

SCC (630): เราคาดว่าผลประกอบการ Q259 จะมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจาก 1Q59 จากสเปรดธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับสูงและมากกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งในช่วง 2Q59 ยังได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลรับโดยเฉพาะจากโตโยต้าและส่วนแบ่งกำไรโดยเฉพาะจากคูโบต้าเข้ามาเสริม

CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ กรมสรรพากร เตรียมเสนอคลัง-ครม. คงอัตราแวต 7% ออกไปอีก 1 ปี หรือ จนถึงสิ้น ก.ย.ปีหน้า เร่งสร้างเชื่อมั่นผู้บริโภคหลังเห็นสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ประเมินยอดจัดเก็บรายได้รวมทั้งปีต่ำเป้าไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท เหตุยอดจัดเก็บแวต นำเข้าต่ำเป้าราว 1 แสนล้านบาท โชว์ยอดขายเอสเอ็มอีพุ่ง 10% หลังเข้าโครงการบัญชีเล่มเดียว

+ รฟม. ชง ครม.เคาะสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑล สาย 4 ใน 2 เดือน พร้อมประมูลกลางปี 2560 สส.ประชาธิปัตย์ จี้รัฐทบทวนมติร่วมทุนเอกชน : นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 8 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 21,120 ล้านบาท ว่า รฟม.จะดำเนินโครงการแบบเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรัฐ (พีพีพี) โดยให้สัมปทานเอกชนเข้ามาบริหารการเดินรถและลงทุนในระบบรถและอาณัติสัญญาณ ส่วน รฟม.จะลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้โครงการได้ผ่านจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เรียบร้อยและนำเสนอโครงการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา

- สินค้าไทยอ่วม! ผู้นำเข้าเข้มสารตกค้าง : กรมการค้าต่างประเทศเผย แคนาดา-สหรัฐออกมาตรการคุมปริมาณสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตรจากทั่วโลกสูงเกินมาตรฐานสากล ส่วนจีนกำหนดระเบียบนำเข้าสินค้าเกษตร-อาหารละเอียดยิบ เพิ่มภาระผู้ส่งออก จับตาใกล้ชิด เล็งร้อง WTO หากเป็นมาตรการกีดกันที่มิใช่ภาษี

- “อาลีบาลา” ยักษ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจีน เดินเกมเจาะ “อีคอมเมิร์ซ-อีเพย์เม้นท์ไทย” ดันแพลตฟอร์มดิจิทัล ลุยเอสเอ็มอี เดินหน้าผนึกพันธมิตรทุกกลุ่มธุรกิจ รุกนำเข้า-ส่งออกผลไม้จากไทย หวังขยายอาณาจักรยิ่งใหญ่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย หวั่นผูกขาดตลาด สินค้าจีนทะลักเข้าไทย ขณะเอสเอ็มอีระบุเครือข่ายอาลีบาบา หนุนการค้าเติบโต

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังได้แรงหนุนจากข้อมูลการผลิตที่สดใสของสหรัฐ โดยกิจกรรมการผลิตของโรงงานสหรัฐขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 19.38 จุดหรือ 0.11% สู่ 17,949.37 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 19.90 จุดหรือ 0.41% สู่ 4,862.57

+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้เป็นวันที่ 5 อันเป็นผลจากแรงซื้อเก็งกำไรและความต้องการเสี่ยงที่ยังคงแข็งแกร่ง หลังการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 106.56 จุดหรือ 0.68% สู่ระดับ 15,682.48 และพุ่งขึ้น 4.9% ในสัปดาห์ ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันศุกร์ ในขณะที่นักลงทุนปรับสถานะการลงทุนในช่วงต้นไตรมาส 3 และการอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ส.ค.พุ่งขึ้น 66 เซนต์ หรือ 1.4 % มาปิดตลาดที่ 48.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.90-49.30 ดอลลาร์