วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์พร้อมรับมือ 'พรบ.หลักประกันทางธุรกิจ'

ธนาคารพร้อมรับมือ พรบ.หลักประกันทางธุรกิจ "กสิกรไทย" ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ปล่อยกู้เอสเอ็มอี-รายใหญ่

แบงก์พร้อมรับพรบ.หลักประกันทางธุรกิจ กสิกรไทยเตรียมให้วงเงินเอสเอ็มอีเพิ่มจากวงเงินเดิม 20% สูงสุด 10 ล้านบาท และให้วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 10,000 ล้านบาทระบุช่วยลดข้อจำกัดเข้าถึงสินเชื่อ โดยใช้ทรัพย์สินอื่นค้ำประกัน

นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการที่พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (4 ก.ค.) จะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นการลดข้อจำกัดการนำทรัพย์สินมาใช้เป็นหลักประกันกับธนาคาร

โดยผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในกิจการไปใช้เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้และสามารถใช้หลักประกันนั้นในการดำเนินธุรกิจต่อไปโดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้กับธนาคาร เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า สิทธิการเช่า และกิจการ เป็นต้นทำให้ธนาคารมีความมั่นใจในการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการและเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจ

ล่าสุดธนาคารได้ออกโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการที่มีหลักประกันทางธุรกิจสำหรับกลุ่มผู้ประกอบเอสเอ็มอีโดยใช้ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังมาเป็นหลักประกันเพื่อสนับสนุนเงินกู้ระยะยาวและเงินทุนหมุนเวียนให้กับลูกค้าปัจจุบัน ด้วยการให้วงเงินกู้เพิ่มเติม 20% จากวงเงินเดิมที่มีอยู่ สูงสุด 10 ล้านบาทเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการและเสริมสภาพคล่อง

ในส่วนของลูกค้ารายใหญ่ยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อโดยมีลูกหนี้การค้าเป็นหลักประกันสำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ของธนาคารเพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กับธุรกิจในรูปของตั๋วสัญญาใช้เงิน ด้วยวงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท โดยผู้ใช้สินเชื่อทั้ง 2 โครงการจะต้องยินยอมให้ธนาคารนำทรัพย์สินเข้าจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นายศีลวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารจะสามารถลดกระบวนการตรวจสอบลูกหนี้การค้าออกไปทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยธนาคารได้จัดเตรียมวงเงินสำหรับ 2 โครงการนี้ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อให้การสนับสนุนสินเชื่อสำหรับธุรกิจภายใต้โครงการนี้อย่างเต็มที่

ก่อนหน้านี้ธนาคารทหารไทยได้ออกผลิตภัณฑ์ สินเชื่อหลักประกันธุรกิจทีเอ็มบี มารองรับพรบ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 โดยลูกค้าที่ที่นำสินทรัพย์ เช่น ลูกหนี้การค้า สต็อกสินค้า และสิทธิการรับเงิน มาจดทะเบียนกับธนาคาร จะได้วงเงินเพิ่มสูงสุดถึง 20% จากวงเงินเดิม เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ

ทั้งนี้ คาดว่าอุตสาหกรรมที่จะมีความต้องการนำหลักประกันมาขอเพิ่มวงเงิน ในขณะนี้ได้แก่ภาคการผลิตและการค้า จากกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลางถึงใหญ่

นายไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มเติม 1-2 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้ โดยพรบ.ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีจะได้รับโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้นเพราะสามารถนำ “ทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ” มาเป็นหลักประกันเพิ่มเพื่อขอสินเชื่อได้

จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยที่ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินไปประกอบธุรกิจได้ตามปกติ ไม่ต้องส่งมอบให้ธนาคารซึ่งเป็นผลดีแก่ผู้ประกอบการ ในแง่ของเจ้าหนี้นั้นจะมีกระบวนการบังคับหลักประกันที่เร็วขึ้น เรื่องจากการลูกหนี้ผิดนัดชำระและต้องดำเนินการทางกฎหมายนั้นจะ สิ้นสุดคดีความที่ศาลอุทธรณ์เท่านั้น ต่างจากในปัจจุบันที่ต้องดำเนินคดีให้สิ้นสุดที่ศาลฎีกา

นายวิพล วรเสาหฤท รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารยอมรับสินทรัพย์หลายอย่างที่ลูกค้านำมาใช้หลักประกันในการขอสินเชื่ออยู่แล้ว เช่น ลูกหนี้การค้าหรือสต็อกสินค้า พรบ.หลักประกันธุรกิจไม่น่าจะมีผลต่อการขยายสินเชื่อของธนาคารมากนัก ขณะเดียวกันธนาคารยังให้ความสำคัญกับหลักประกันที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการขอสินเชื่อเป็นหลัก