วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยปัจจัยสนับสนุนได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และการเป็นวันสุดท้ายในการทำ Window dressing สำหรับสิ้นไตรมาสที่ 2/59 อย่างไรก็ดีนักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนจากการเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในสุดสัปดาห์นี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1435/1450 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

BLAND (1.70) : เราชอบแผนการพัฒนาระยะยาวของ BLAND และ IMPACT ที่บริเวณเมืองทองธานี นอกจากนี้จุดเด่นของ BLAND คือการมีสินทรัพย์ค่อนข้างเยอะ การพัฒนาโครงการต่างๆและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของทางภาครัฐจึงเป็นประโยชน์ต่อ BLAND อีกทั้งนโยบายภาษีที่ดินฉบับใหม่ยังเป็นการเร่งการปลดล็อคมูลค่าของ BLAND อีกด้วย

SCB (150) : จากปัจจัยพื้นฐานของธนาคารที่ดีเราจึงคาดว่ารายได้ของธนาคารจะยังเติบโตขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ในสถานการณ์ที่สภาวะเศรษฐกิจอ่อนตัวลงคุณภาพทรัพย์สินที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ credit cost กลับมาอยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ SCB ยังเป็นหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลโดดเด่นที่ระดับ 4%

KSL (4.7) : ราคาน้ำตาลขึ้นมาที่ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์ ปรับขึ้นมาจาก 3 เดือนก่อนที่ 16.6 เซนต์ต่อปอนด์ จากปัญหาการขาดน้ำตาล ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการในปี 60 ของ KSL เติบโตอย่างมีนัยยะ จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้นมากรวมถึงปริมาณขายเอทานอลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ คลัง-พาณิชย์-เอกชน ประสานเสียง สหรัฐปรับอันดับค้ามนุษย์มาอยู่ Tier 2 ส่งผลดีส่งออก ชี้สินค้าประมงได้อานิสงส์เต็มๆ "มาลี" ระบุผู้ซื้อมั่นใจมากขึ้น แตรียมนัดถกทูตพาณิชย์เดือน ก.ย. ประเมินตัวเลขอีกรอบ

+ คลังลุ้นจีดีพีไตรมาส 2 โตต่อเนื่อง หลังสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มผงกหัวดีขึ้น ชี้ลงทุนรัฐยังเป็นเครื่องจักรหนุนสำคัญพ่วงเอกชนเชื่อมั่นดันใช้จ่ายโตตาม คลังชูจับรางวัล 1 ปี เดือนละ 7 ล้านบาท หวังดูดประชาชน-ร้านค้าแห่เข้าระบบ e-payment พร้อมเดินหน้าลงทะเบียนพร้อมเพย์-สวัสดิการผู้มีรายได้น้อย 15 ก.ค. นี้

+ นายวิพล วรเสาหฤท รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขยายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น โดยจะร่วมกันผนึกเครือข่ายเอสเอ็มอีเกื้อหนุนกัน ดันเอสเอ็มอีไทยโกอินเตอร์ ไทยพาณิชย์ผนึกกรมส่งเสริมการค้าฯ พาบุกตลาดซีแอลเอ็มวี

+ แบงก์ชาติปลดล็อก นิติบุคคล-คนรวยสัญชาติไทยที่มี 100 ล้านบาทขึ้นไป ขนเงินออกไปลงทุนในตราสารต่างประเทศ หรือทำธุรกรรมอนุพันธ์ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวแทนการลงทุน

- น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในปีนี้ จากเดิมคาดว่าสินเชื่อรวมจะเติบโต 5% ลดลงเหลือ 4% ซึ่งอยู่ในกรอบล่างของประมาณการ 4-6% โดย 4 เดือนแรกสินเชื่อรวมเติบโต 2.9% แต่จะค่อยๆ เร่งขึ้นในครึ่งปีหลัง กู้ส่วนบุคคลติดลบ ธนาคารพาณิชย์กลัวเสี่ยง ยังเข้มปล่อยสินเชื่อ หลังเอ็นพีแอลยังส่อเพิ่มไม่หยุด

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นอย่างมากเป็นวันที่ 2 ในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร และปรับตัวรับผลกระทบจากการที่อังกฤษลงมติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 284.96 จุดหรือ 1.64% สู่ 17,694.68 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 87.38 จุดหรือ 1.86% สู่ 4,779.25

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. ในวันพุธ โดยการพุ่งขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาช่วยให้ดัชนีลดช่วงติดลบทั้งหมดที่เคยทำไว้ หลังจากอังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 219.67 จุด หรือ 3.58 % สู่ 6,360.06 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,140.39-6,360.06 โดยระดับปิดวันพุธอยู่สูงกว่าระดับปิดของวันพฤหัสบดีที่แล้วที่ 6,338.10

+ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกหลังร่วงลงจากความวิตกเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 243.69 จุดหรือ 1.59% มาที่ 15,566.83 หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 1.8% โดยปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วันและช่วยหนุนดัชนีนิกเกอิ

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 4.2 % ในวันพุธ และราคาน้ำมันดิบเบรนท์สามารถทะยานขึ้นมาปิดตลาดเหนือระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 50 ดอลลาร์ หลังจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 2.03 ดอลลาร์ หรือ 4.2 % มาปิดตลาดที่ 49.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.98-50.00 ดอลลาร์