วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจกเงินล้านจูงใจใช้พร้อมเพย์

กระทรวงคลังเตรียมแจกเงินล้าน จูงใจประชาชนใช้ "พร้อมเพย์" พร้อมบังคับข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ เริ่มใช้ปี 2560

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National e-Payment หารือถึงความพร้อมในแต่ละกระบวนการตามยุทธศาสตร์อีเพย์เมนท์ โดยเฉพาะการเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารกับเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์ในวันที่ 15 ก.ค.นี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รับและจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณ

ขณะนี้หลายหน่วยงาน ก็จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 75% อีก 25% เป็นเงินสดอยู่ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจนั้น กระทรวงการคลัง จะส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการรับ และจ่ายเงินเช่นเดียวกัน โดยให้เริ่มพร้อมกันตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นไป

“การรับและจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการถือเงินสดแล้ว ยังป้องกันความผิดพลาด และการรั่วไหลของงบประมาณด้วย โดยทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติในเรื่องนี้แล้ว”

สำหรับประชาชนทั่วไป จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อผูกบัญชีกับบัตรประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อเข้าสู่การใช้บริการพร้อมเพย์ (Prompt Pay) อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ก.ค. นี้เป็นต้นไป และลงทะเบียนได้ตลอด แต่บางแห่งก็พร้อมให้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยจะมีการติดตั้งเครื่องรับบัตรในเดือนก.ย. และเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการภาครัฐในวันที่ 15 ก.ค.นี้เช่นเดียวกัน แต่ลงทะเบียนได้เฉพาะธนาคารกรุงไทย ออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเปิดให้ลงทะเบียนแค่ 1 เดือนเท่านั้น

ดังนั้นรัฐบาลมีเป้าหมาย เพื่อเป็นแรงจูงให้ประชาชน และร้านค้าต่างๆ หันมาใช้บริการ พร้อมเพย์ หรือเอนี่ไอดี (Any ID) เดิมในการซื้อสินค้าบริการ กระทรวงการคลังจะจัดให้มีการชิงรางวัลทั้งร้านค้า และประชาชนทั่วไป ด้วยการออกรางวัลทุกเดือนเป็นเวลา 1 ปี เริ่ม1 ม.ค.2560 ใช้งบ 7 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนนี้มีหน่วยงานสนับสนุนโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ

สำหรับรางวัลนั้น อยู่ระหว่างหารือจะเป็นแบบใด เบื้องต้นจะเป็นรางวัลสำหรับร้านค้า 1.5 ล้านบาทต่อเดือน ที่เหลือ 5.5 ล้านบาทสำหรับประชาชนทั่วไป รางวัลใหญ่สุด จะเป็นมูลค่าในบัตรแทนเงินสด หรือ E-Money 1 ล้านบาท เพราะโครงการนี้เป็นการส่งเสริมให้ใช้บัตรแทนเงินสด

นอกจากนี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยังระบุด้วยว่า ครม.มีมติให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่มีการรับเงินจากประชาชน เช่น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ติดตั้งอุปกรณ์ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เพียงพอต่อความต้องการให้บริการกับประชาชน โดยเริ่มดำเนินการติดตั้งภายในเดือนก.ย. ปีนี้ และติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย. 2560 พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระเบียบและหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็ว

“แนวทางนี้ จะช่วยส่งเสริม ให้มีการใช้บัตรเดบิตในการชำระเงินแทนเงินสดอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้กับประชาชน และเป็นกลไกที่สำคัญในการผลักดันให้ประเทศเข้าสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวางครบวงจร ทั้งในภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ”

ดังนั้น ครม.ยังเห็นชอบในหลักการของการดำเนินการเกี่ยวกับการออกเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนกับเลขนิติบุคคล ปัจจุบันมีเลขที่ซ้ำซ้อนอยู่ 138 เลข ซึ่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการแก้ไขโดยการออกเลขประจำตัว 13 หลัก ให้กับนิติบุคคลใหม่ที่ไม่ซ้ำกับเลขที่ออกโดยกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย

พร้อมให้วางแนวทางป้องกันปัญหาการออกเลขประจำตัว 13 หลัก ซ้ำกันระหว่างหน่วยงานในอนาคต โดยบุคคลธรรมดา ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก ที่ออกเลขประจำตัว 13 หลัก ขณะที่นิติบุคคล ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลัก ที่ออกเลขประจำตัว 13 หลัก

ส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลบางประเภทที่อยู่นอกเหนือจากนั้น เช่น กองมรดกเฉพาะที่ยังไม่ได้แบ่ง คณะบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายของกรมสรรพากรให้กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่ออกเลขให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าว

ทั้งนี้ความพยายามของภาครัฐ ดึงให้ประชาชน รวมถึงบุคคลากรของภาครัฐทั้งหมด เข้าสู่ระบบพร้อมเพย์ หรือ เอนีไอดี หลักใหญ่ใจความ ก็คือ ลดการคอร์รัปชั่นทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะเมื่อทุกคนเข้าสู่ระบบพร้อมเพย์แล้ว ข้อมูลทางการเงินจะเข้าสู่ระบบที่ภาครัฐสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากมีความผิดปกติ หรือผิดกฎหมายได้