"ธนวรรธน์" แนะรัฐเพิ่มเม็ดเงินลงทุนพยุงเศรษฐกิจ ชี้ผลกระทบเบร็กซิท ทำจีดีพีไทยเติบโตลดลง 0.1%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสและงานวิจัย และผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากเบร็กซิท มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเล็กน้อย ทำให้จีดีพีปีนี้อาจเติบโตลดลง 0.1% จากเดิมที่คาดขยายตัว 3.0% มาอยู่ที่ 2.9% โดยเป็นผลจากการส่งออกที่อาจหดตัวเพิ่มขึ้น
“ผลกระทบจากเบร็กซิทในระยะสั้น อาจทำให้เศรษฐกิจโลกจากเดิมคาดขยายตัว จะสามารถฟื้นตัวได้ช้าๆ ในปลายปีนี้ ต้องยืดออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยด้วย ที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก”
ดังนั้นผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัวลง จะกดดันให้การส่งออกไทย ที่เดิมคาดปีนี้อาจไม่ขยายตัว อาจหดตัว 2% ในปีนี้ ผลของการลดลงของมูลค่าการส่งออก 2-7 หมื่นล้านบาท และกระทบกับการท่องเที่ยว ที่อาจเข้ามาไทยลดลง โดยนักท่องเที่ยวยุโรป เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยเป็นอันดับที่ 2 หรือ 20% หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอาจกระทบกับนักท่องเที่ยวได้
สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย หากต้องการให้ขยายตัวในระดับ 3.0-3.5% ตามที่รัฐบาลต้องการ เชื่อว่า สามารถทำได้ หากรัฐบาลขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่มีอยู่ในแผนกว่า 4 -5 แสนล้านบาทได้ตามกำหนดที่วางไว้ และต้องออกงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 5-7 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นกับส่วนที่หายไปจากการท่องเที่ยว น่าจะช่วยชดเชยและสร้างการเติบโตได้
"วิกฤตการณ์ เบร็กซิท เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น และเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ เพราะโลกยังกังวลว่า ประเทศอื่นๆ ในกลุ่มสหภาพยุโรป อย่างสเปน หรือ ฝรั่งเศส จะทำตามอังกฤษหรือไม่ หากทำตามจะเกิดวิกฤติทางการเงินรอบใหม่ได้ การดำเนินการหลังจากนี้ของสหภาพยุโรปต้องจับตา หากดำเนินกับอังกฤษรุนแรงเกินไป ย่อมกระทบกับเศรษฐกิจโลก แต่หากใช้ไม้อ่อนเกินไปอาจทำให้ประเทศอื่นทำตามได้"









