SENA, THANA, TPBI, CK ซื้อ
SENA : ผู้บริหารเปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจปีนี้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 3,500 ล้านบาท โดยจะมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอย่างต่อเนื่องซึ่งช่วงไตรมาส 1/59 บริษัทมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์กว่า 792 ล้านบาท ขณะช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดือนสุดท้ายของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นเ ดือนที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการมากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ขณะเดียวกันโครงการ เดอะนิช โมโน รัชวิภา มูลค่า 2,300 ล้านบาท สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ โดยล่าสุดมี Backlog อยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2560 (ข่าวหุ้น)
THANA : ผู้บริหารเปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากมีระบบสาธารณูปโภคใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2/59 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมืออยู่ที่ประมาณ 70-80 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในไตรมาส 3 ทั้งหมด สำหรับแฟนในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดโคงการใหม่จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 750-800 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ธนาคลัสเตอร์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะเป็นโครงการทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น จำนวน 70-80 ยูนิตต่อโครงการ (ข่าวหุ้น)
TPBI : ผู้บริหารเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากลูกค้าสหรัฐ โดยสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์ถุงบรรจุผักผลไม้ จำนวน 1,000 ตันต่อปี มูลค่ารวม 60-70 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้บรรจุผักผลไม้สดให้แก่ลูกค้าในห้างโมเดิร์นเทรด โดยบริษัทจะเริ่มส่งตั้งแต่ไตรมาส 4/59 สำหรับออเดอร์ดังกล่าว เป็นเพียงความต้องการจากลูกค้าเบื้อต้น ซึ่งลูกค้ามีความต้องการที่จะให้บริษัทผลิตเพิ่มอีกเป็นจำนวน 2,000 ตันต่อปี ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมการขยายเครื่องจักรเพื่อรองรับออเดอร์ดังกล่าว โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยติดตั้งแล้วเสร็จในปี 2560 (ข่าวหุ้น)
กลุ่มก่อสร้าง : เราคาดว่า0tเห็นความชัดเจนชองโครงการ Mega projects ภาครัฐออกมามากขึ้นในปีหน้าส่งผลกระทบเชิงบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรม นอกจากนี้เราคาดว่าหุ้นในกลุ่มก่อสร้างจะได้ประโยชน์จากโรงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ซึ่งเส้นทางแรกที่จะเปิดประมูลมีมูลค่าสูงถึง 190,000 ล้านบาท เราคงน้ำหนักของกลุ่มก่อสร้าง มากกว่าตลาด และยังคงให้ CK เป็น Top-pick ของกลุ่ม เนื่องจากจากกำไรในปี 59 จะเติบแบบก้าวกระโดดจาก Associate income (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
CK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 35.50 บาท









