“บิ๊กตู่”ร่ายยาวแจงงบปี 60 วงเงินงบประมาณ 2.73 ล้านล้านบาท นโยบายแบบขาดดุล เผยกลางเวที ได้ทำบุญขอพรขอให้งบฯผ่าน
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2560 ในวาระแรกขั้นรับหลักการ จำนวน 59 มาตรา วงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท ที่ครม.เป็นผู้เสนอ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกสนช.เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. นำทีมครม.เช้าชี้แจงต่อที่ประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ก่อนมาชี้แจงตนได้ไปสวดมนต์ไหว้พระที่ประเทศอินเดียเพื่อให้การแถลงงบประมาณปี 60 ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ซึ่งงบประมาณรายจ่ายปี 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาท เป็นการดำเนินนโยบายแบบขาดดุล เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ มีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน เป็นการจัดงบประมาณขาดดุล 390,000 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยและฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 3 มิ.ย. 59 จำนวน 230,228 ล้านบาท รัฐบาลจะต้องบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในสถานะที่เหมาะสม บริหารรายรับรายจ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับฐานะทางการเงินปี 2559 คณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.)ให้ความสำคัญรักษาภาวะทางการเงินให้อยู่ในระดับผ่อนคลาย สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและนอกประเทศ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบจากการประเมินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง ครั้งละร้อยละ 0.25 และอัตราตอบแทนพันธบัตรระดับต่ำ อัตราดอกเบี้ยการให้กู้ยืมแนวโน้มปรับลดลง ช่วยให้ฐานะทางการเงินได้ผ่อนคลายในระดับการฟื้นตัว และมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.5 ในการประชุม 3 ครั้งในปี 59
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรายังต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินในช่วงต่อไป เช่น การเข้าออกอียูของสหราชอาณาจักร การเพิ่มดอกเบี้ยของตะวันตก แต่ฐานะการเงินของประเทศในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดี มีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 27 พ.ค. 59 จำนวน 176,098.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดประมาณ 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่มั่นคง ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2579)การบริหารราชการแผ่นดินที่ต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เรายึดหลักการสำคัญ 2 ประการคือน้อมนำยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชดำรัสของในหลวง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3-3.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.8 ปี 2558 สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2559 คาดว่า อยู่ในช่วงร้อยละ 0.1-0.6 ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7-4.2 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2559 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะทำให้ภาคการส่งออกกลับมาขยายตัวและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจได้มากขึ้น เมื่อรวมกับแนวโน้มความคืบหน้าของการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากภาครัฐ คาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการผลิตภาคเกษตรที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการขยายตัวเศรษฐกิจในภาพรวม สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจปี 2560 ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.7 -2.2 ขณะที่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มปรับตัวลดลงช้าๆตามแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะดีขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาล และความสงบเรียบร้อยของประเทศด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 จึงได้มีการปรับปรุงโครงสร้างจำแนกออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.งบกลาง 340,918 ล้านบาท 2.งบประมาณรายจ่ายกระทรวงและหน่วยงาน 1,445,956 ล้านบาท 3.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 437,899 ล้านบาท 4.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ 264,343 ล้านบาท 5.กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 243,881 ล้านบาท ทั้งนี้เราจะจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญและกลุ่มงบประมาณรายจ่ายให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดทำงบประมาณ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ให้ความสำคัญกับนโยบายบูรณาการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนปฏิรูปที่บรรจุไว้แล้วใน 25 เรื่อง โดยจัดเข้าในกลุ่มงบประมาณบูรณาการ 23 เรื่อง งบประมาณรายจ่ายพื้นที่ 2 เรื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม โดยมีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินการอย่างชัดเจน ให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัดงบประมาณ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณ โดยพิจารณาการครอบคลุมของแหล่งเงิน ทั้งเงินนอกงบประมาณ เงินงบประมาณ เงินกู้ เงินรายได้ เงินสะสมของหน่วยงาน รวมทั้งการสิ่งเสริมการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอปรับลดหรือยกเลิก ภารกิจที่มีความสำคัญในระดับต่ำ หรือหมดความจำเป็น ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์หรือความจำเป็นในปัจจุบัน หรือทำต่อไปจะสร้างภาระหนี้สาธารณะเกินความจำเป็น ให้นำงบประมาณที่เหลือ ที่ผูกพันงบประมาณไม่ได้ เบิกจ่ายไม่ได้ ไปจัดทำภารกิจที่มีความสำคัญเร่งด่วน มีความคุ้มค่า ซึ่งเริ่มทำตั้งแต่ปีนี้แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 แยกเป็นรายจ่ายประจำ 2,103,422 ล้านบาท วันหน้าเราต้องลดรายจ่ายนี้ให้ได้มากที่สุด ต้องลดข้าราชการ ปรับโครงสร้างหน่วยงาน ตนกำลังคิดอยู่และรู้ว่าติดอยู่ตรงไหนค่อยมาหารือร่วมกัน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)ไปพิจารณา ไม่ต้องห่วงปรับหมดทุกกระทรวง แต่อย่าไปทำให้เขาเดือดร้อน รายจ่ายเพื่อการลงทุน 548,391 ล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 81,186 ล้านบาท ดังนั้นยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี 60 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ คือ
1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ จำนวน 157,155 ล้านบาท 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จำนวน 323,656 ล้านบาท 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน จำนวน 231,894 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตจากภายใน จำนวน 241,149 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำและการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จำนวน 110,156 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐและรายการค่า ดำเนินการภาครัฐ 330,410 ล้านบาท 7.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 1,338,577 ล้านบาท









