วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (23 มิ.ย.59)

จุดสนใจทั้งโลกอยู่ที่การลงประชามติของอังกฤษ

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้ น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการประกาศผลการลงประชามติของอังกฤษอย่างเป็นทางการว่าจะออกจาก EU หรือไม่ ที่น่าจะออกมาราวเที่ยงวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย นักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะรอดูสถานการณ์ โดยไม่ผลีผลาม ตัดสินใจเสี่ยงมากๆ เนื่องจากการออกเสียงคราวนี้สูสีกันมาก คาดว่าหลังรู้ผลตลาดจะปรับตัวแรงซึ่งอาจเป็นได้ทั้งขึ้นและลง ปัจจัยภายในประเทศวันนี้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และไม่มีน้ำหนักต่อทิศทางตลาด

หุ้นเด่นวันนี้: EGCO (ราคาปิด 189.00 บาท; NR; ราคาเป้าหมาย AWS 190.75 บาท)

เราเลือกบมจ. ผลิตไฟฟ้าที่มีค่า Beta ที่ต่ำเพียง 0.29 เป็นหุ้นเด่นในวันนี้ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาด นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจในแง่ของการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ กำลังการผลิตไฟฟ้าของ EGCO ยังสามารถเติบโตได้จากโครงการลงทุนในมือที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 1,770 เมกะวัตต์ (ตามสัดส่วนการถือหุ้น) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการก่อสร้างและพัฒนาโครงการในช่วง 3-4 ปีข้างหน้านี้ คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปีที่ 10% ในช่วงปี 2559-63 สู่ระดับ 5,579 เมกะวัตต์ จากระดับ 3,809 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน โรงไฟฟ้าก๊าซฯ ขนอมหน่วยที่ 4 ขนาดกำลังการผลิต 930 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 100%) ซึ่งจะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือน มิ.ย. นี้จะเป็นบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 86% YoY (อ้างอิง Bloomberg consensus) จากผลการดำเนินงานปีที่แล้วซึ่งถูกกดดันจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของโรงไฟฟ้า ขณะที่ยังเห็นการเติบโตต่อเนื่องของกำไรสุทธิต่อเนื่องอีก 15% YoYในปี 2560 จากการทยอยผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าในมือตามแผนข้างต้น อัตราเงินปันผลยังน่าสนใจที่ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.7-4.0% p.a. ในส่วนของ Price Pattern ของ EGCO ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดยเมื่อพิจารณาจาก Price Pattern ของ EGCO แล้ว คาดว่าจะได้เห็นการทำ New High ครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 194 บาท ทั้งนี้ EGCO มีจุด Stop Loss ระยะสั้นในรอบนี้อยู่ที่ 182 บาท (แนวต้าน: 190.00, 191.50, 193.00; แนวรับ: 187.50, 186.00, 184.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• คงดอกเบี้ยนโยบาย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วานนี้มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เพราะ กนง. เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวต่อผลจากการใช้จ่ายของภาครัฐและการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนก็ขยายตัวตามคาดด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกัน กนง.ก็คงคาดการณ์เติบโต GDP ปี 59 ไว้ที่ 3.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานไว้ที่ 0.6% และ 0.8% ตามลำดับ (Bangkok Post)

• ธปท. ไม่หวั่น Brexitผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่าการที่อังกฤษออกจาก EU มีผลต่อไทยน้อยในระยะสั้น แต่อาจส่งผลต่อระยะยาว อย่างไรก็ดีเขาปฏิเสธที่จะระบุมาตรการที่ ธปท.จะใช้เพื่อจัดการกับทั้งสองสถานการณ์เกี่ยวกับการลงประชามติของอังกฤษ แต่ระบุว่า Brexitไม่ใช่เหตุผลที่ กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% (Bangkok Post)

• สนพ. กังวลก๊าซขาดแคลนหากผู้เล่นรายใหม่ชนะประมูลแหล่งก๊าซ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายจะเปิดประมูลสำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณที่จะหมดอายุในปี 2565-66 นั้น ว่ามีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงในแง่ของความไม่ต่อเนื่องในการขุดเจาะก๊าซในกรณีที่ผู้รับสัมปทานรายใหม่เป้นผู้ชนะการประมูล ที่ไม่ใช่ Chevron และ PTTEP ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรายเดิม เนื่องจากผู้ผลิตรายเดิมโอกาสที่จะตัดลดการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมลงก่อนที่อายุสัมปทานจะหมดลง ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตก๊าซฯ ในประเทศหดหายไปราว 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (The Nation)ความเห็น: เราเชื่อว่าการหดหายไปของการผลิตก๊าซจะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้รับสัมปทานรายเดิมมีโอกาสที่จะได้รับสัมปทานใหม่มากกว่าจากความเข้าใจและความเชียวชาญในแหล่งปิโตรเลียมนั้นมาอย่างยาวนาน ในกรณีที่ Chevron เตรียมที่จะปล่อยสินทรัพย์ปิโตรเลียมในประเทศไทยนั้น เรามองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ PTTEP จะเข้าไปรับช่วงต่อการผลิตในสินทรัพย์ปิโตรเลียมเพื่อเป็นการรักษาการผลิตก๊าซฯ ในประเทศให้ต่อเนื่อง

ต่างประเทศ

• ผลสำรวจบ่งชี้ว่ามีความโอนเอียงไปทางฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ในสหภาพยุโรป: ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการลงประชามติในวันพฤหัสนี้ส่วนมากบ่งชี้ว่าฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ในสหภาพยุโรปมีจำนวนมากกว่า แต่ยังมีคะแนนนำเล็กน้อยและผู้สำรวจประชามติส่วนมากกล่าวว่ายากที่จะสรุปว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ มีผลสำรวจ 7 ใน 9 รายระหว่างวันที่ 10-16 มิ.ย. ชี้ว่าฝ่ายที่ต้องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) มีจำนวนมากกว่าฝ่ายที่ต้องการอยู่ในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ Betfairเว็บไซต์ที่รับพนันบนอินเทอร์เน็ต มองว่าฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ในสหภาพยุโรปมีโอกาสชนะ 80% เพิ่มขึ้นจาก 59% ในสัปดาห์ก่อน (Reuters)

• ประธาน Fed กล่าวสุนทรพจน์อีกครั้งจากเมื่อวันอังคาร ในวันที่ 2 ของการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ นางเยลเลนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยแต่เตือนว่าการลงประชามติของอังกฤษและภาวะการจ้างงานในสหรัฐที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ (Reuters)

• พันธบัตรสหรัฐยังอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูผลการลงประชามติ Brexit ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีล่าสุดลดลง 3/32 ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.71% เพิ่มขึ้นจาก 1.70% เมื่อวันอังคาร ทั้งนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปีที่ 1.52% เมื่อวันพฤหัสที่แล้วเนื่องจากความกังวลว่าอังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อวันพุธ เนื่องจากมีความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้เกิดความต้องการสกุลเงินที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ในขณะที่เงินปอนด์และเงินยูโรปรับตัวขึ้นในวันสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงก่อนวันลงประชามติ เงินปอนด์ฟื้นตัว 5% จากระดับต่ำสุดที่ 1.40 ดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงและมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเมื่อวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนรอผลการลงประชามติของอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นในช่วงต้นของการซื้อขายจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งให้ภาพที่สดใสของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ (Reuters)

• ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ค. สูงสุดในรอบ 9 ปี เนื่องจากคุณภาพบ้านที่ดีขึ้นได้เพิ่มทางเลือกให้มากขึ้นสำหรับผู้ซื้อ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่ายอดขายบ้านมือสองในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.53 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2550 (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้นและปิดตลาดในระดับสูงในวันพุธที่ผ่านมา: เป็นผลจากคลายความกังวลจากการที่สหราชอาณาจักรอังกฤษจะออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป ก่อนที่จะมีการลงประชามติในประเทศจะเริ่มขึ้น ในวันที่ 23 มิ.ย.(Reuters)


เอเชีย:

• ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรง: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวว่า การเปิดตัวขีปนาวุธของเกาหลีเหนือระยะไกลกว่า 1,000 กม. (621 ไมล์) ในวันพุธที่ผ่านมา แสดงถึงระบอบการปกครองของเปียงยางมีความคืบหน้าในการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยกลาง (Intermediate range ballistic missiles หรือ IRBM) (Reuters)

• ธนาคารกลางสิงคโปร์ (The Monetary Authority of Singapore หรือ MAS) กล่าวว่าจะใช้ค่าเงินหยวนเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองอัตราแลกเปลี่ยน โดย MAS จะรวมการลงทุนทางการเงินที่เป็นสกุลหยวนไว้ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นการเน้นให้เห็นความคืบหน้าในการปฏิรูปตลาด การเงินของจีน (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันลดลงกว่า 1% วันพุธหลังจากรัฐบาลสหรัฐรายงานตัวเลขการถอนใช้น้ำมันในคลังน้อยกว่าคาดและนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการลงมติ BrexitUS EIA ออกตัวเลขสต็อกน้ำมันลดลง 917,000 บาร์เรลสัปดาห์ที่แล้ว น้อยกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.7 ล้านบาร์เรล และเท่ากับแค่ 1 ใน 3 ของตัวเลข 5.2 ล้านบาร์เรลที่รายงานโดย API เมื่อวันอังคาร Brent ล่วงหน้าเดือนใกล้ปรับลง 74 เซนต์ (-1.5%) ปิดที่ 49.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าส่งมอบ ส.ค. ลดลง 72 เซนต์ (-1.4%) ปิดที่ 49.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองแตะต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ในวันพุธ หลังร่วงรายวันแรงสุดในรอบ 4 สัปดาห์จากคาดการณ์ว่าอังกฤษจะลงมติยังคงอยู่ใน EU ลดความกลัวเสี่ยง ราคาทองคำตลาดจรแตะจุดต่ำสุดที่ 1,261.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดลดลง 0.1% ที่ 1,266.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากวันอังคาร ทองคำสหรัฐลดลง 0.2% เหลือ 1,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)