วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Brexit กดดันตลาด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (9-15 มิ.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง DJIA -2.0% ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงแรง DAX -6.0%, CAC ฝรั่งเศส -6.2% และ FTSE -5.3% ความกังวลต่อประเด็น Brexit หลังโพลล์ล่าสุดเสียงต้องการออกจากอียู เป็นสัดส่วนที่ใหญ่สุดเป็นครั้งแรก รวมถึงแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ US$50.00/barrel 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (9-15 มิ.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 1.4% โดยแกว่งตัวผันผวนและปรับตัวลงในช่วงก่อนวันที่ 15 มิ.ย. เนื่องจากนักลงทุนรอดูการประกาศว่า MSCI จะนำหุ้น A-Share ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เข้าคำนวณในดัชนีหรือไม่ อย่างไรก็ตามแม้ว่า MSCI จะไม่นำ A share เข้าคำนวณในดัชนี แต่ดัชนีสามารถปรับตัวขึ้นลดช่วงลบลงได้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าทางการเข้าซื้อหุ้นเพื่อประคองตลาด

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-16 มิ.ย. 2559)

SET INDEX หลุดแนว 1,430 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก จิตวิทยาการลงทุนถูกกดดันจากประเด็น Brexit นอกจากนี้นักลงทุนรอดูผลการประชุมเฟด ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่ลดลงต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,411.19 จุด ลดลง 34.35 จุด หรือ -2.38% ณ วันที่ 16 มิ.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (17-23 มิ.ย. 2559)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 8 ขณะที่ภาพ SET INDEX มีโอกาสซึมตัวลงทดสอบด่าน 1,400 จุด +/- จากตัวแปรที่สำคัญในสัปดาห์หน้าคือ การลงประชามติของชาวอังกฤษ กับ การคงหรือออกจากการเป็นสมาชิกภาพอียู “Brexit” วันที่ 23 มิ.ย. โพลล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย.สัดส่วนต้องการออกจากอียูสูงถึง 46% มีเพียง 41% ที่ต้องการคงการเป็นสมาชิก และ 13% ยังไม่ได้ตัดสินใจแต่อย่างใด กลายเป็นกลุ่มหลังที่จะเป็นตัวแปรที่สำคัญในการลงประชามติครั้งนี้

มุมมองของเราต่อการลงประชามติครั้งนี้

หาก “ต้องการออกจากอียู” : คาดว่าจะเกิดความผันผวนในตลาดเงิน และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะค่าเงินปอนด์อังกฤษ และ ยูโร จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์/เงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้น ของยุโรป และอังกฤษ ช่วงสั้นเงินทุนจะไหลเข้าพักใน Safe haven อย่างตลาดพันธบัตรสหรัฐและทองคำ ซึ่งมีโอกาสทะลุ US$1300/ounce ได้ ในกรณีนี้ สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดว่า SET INDEX มีโอกาสหลุดแนว 1,400 จุด สู่แนวรับสำคัญ 1,380 จุดได้

แต่หาก “คงการเป็นสมาชิกภาพอียู” คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะฟื้นตัวเด่น ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือ ราคาน้ำมันดิบ เพราะดอลลาร์จะพลิกกลับมาอ่อนค่าเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ โดยเฉพาะปอร์ดอังกฤษ และ ยูโร ที่จะแข็งค่าอย่างโดดเด่น ขณะที่ตลาดหุ้นไทย กับกรณีนี้ มีโอกาสที่จะเกิด Technical rebound ทดสอบด่าน 1,440-1,450 จุดได้เช่นกัน

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม กนง. วันที่ 22 มิ.ย. เราและ Bloomberg consensus คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย RP1 วันที่ 1.50% เช่นเดิม

2. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 21 มิ.ย. อาจมีการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่ 6 เส้นทางที่ยังรอการพิจารณา

3. ติดตามการประมาณการผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงบการเงิน 2Q59

ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอทยอยสะสมหุ้นหลักกลับบริเวณ 1,400 จุด หรือต่ำกว่า เพราะเชื่อว่าการปรับฐานลงรอบนี้ จะเป็นการสิ้นสุดการพักฐาน และให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวในเดือนก.ค. จากการเก็งกำไรต่อผลการดำเนินงาน 2Q59 ที่จะมาถึงนี้