"เจ้าสัววิชัย" เตรียมทุ่ม 12,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นจากรายย่อยอีก 60% ยืนยันหวังลงทุนระยะยาว ไม่เพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์
นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ กล่าวว่า การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นการ synergy ธุรกิจที่ต่างอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดย 2 บริษัทจะนำจุดแข็งมาทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น โดยคิงเพาเวอร์ดำเนินธุรกิจ Duty Free มา 21 ปี ทำให้มีกลุ่มลูกค้าต่างประเทศมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีฐานอยู่ 6-7 ล้านคน/ปี ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชียมีผู้โดยสารจากจีนมากที่สุด และคนไทยก็เดินทางมากขึ้น เฉลี่ย 2-3 ครั้ง/ปี ยิ่งทำให้ธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำเติบโตมากขึ้น โดยที่ผ่านมาตนเองเคยคิดจะดำเนินธุรกิจสายการบินหลังเห็นการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยว
"เราเลือกเข้าซื้อช่วงนี้เพราะ 2 บริษัทเติบโตแข็งแรงจึงมองเป็นโอกาสดีมากของทั้งสองบริษัท เพื่อให้เติบโดมากขึ้น เราซื้อหุ้นจากกลุ่มคุณธรรศพลฐ์ 39% มูลค่า 7.9 พันล้านบาท เป็นการถือหุ้นในนามครอบครัว เพื่อลงทุนระยะยาว"นายวิชัย กล่าว
ทั้งนี้ นายวิชัยคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 8 ปี จากการได้เงินปันผลทยอยกลับเข้ามา และยืนยันว่าไม่คิดเพิกถอน AAV ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ กลุ่มคิงเพาเวอร์มีแผนเตรียมเข่าร่วมประมูลพื้นที่ Duty Free ในสนามบินอู่ตะเภา และในอีก 6-7 เดือนจะปรับปรุงสำนักงานที่ซอยรางน้ำเพื่อขยายการรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามากในช่วงเดือนมี.ค. -เม.ย. โดยจะใช้งบลงทุนราว 5 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ นายวิชัย จะทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของกิจการ ส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นรายย่อย อีกราว 60% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 4.20 บาท รวมมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ด้านนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ และ กรรมการ AAV กล่าวว่า หลังเข้าถือหุ้น AAV มีแผนขยายฐานลูกค้าจีนที่เดินทางเข้าไทยมากขึ้น ซึ่งสายการบินไทยแอร์เอเชียมีผู้โดยสารชาวจีนมากที่สุด ขณะที่คิงเพาเวอร์ก็มีลูกค้าชาวจีนมากเหมือนกัน จึงเห็นว่าจะมีการขยายเส้นทางการบินไปจีนมากขึ้น และขายสินค้าบนไฟลท์ได้มากขึ้นรวมถึงส่งของได้ในคราวเดียวกันทำให้ให้บริการในรูปแบบ one stop shop ประกอบกับการบริหารของผู้บริหาร AAV ทำได้ดี น่าเชื่อถือและก็จะบริหารต่อไป การเข้ามาร่วมมือจะทำให้ AAV เติบโตได้มากขึ้นทุกๆปี









