วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News (9 มิ.ย.59)

THCOM ซื้อ, CHOW, LHK, S

THCOM   ซื้อ   ราคาพื้นฐาน 35.00 บาท

THCOM : จากการที่ราคาหุ้นของ THCOM ยังคง Underperform ตลาดอยู่ราว 21% หากนับตั้งแต่ต้นปี เรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสมเนื่องจากบริษัทยังคงมีปัจจัยบวกจากการปล่อยดาสเทียมไทมคม 8 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตได้ในระยาว นอกจากนี้ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด PE ปี 59 ที่ 9.8x และ EV/EBITDA ที่ 5.7x ซึ่งยังต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาคซึ่งมี PE ปี 59 ที่ 23.1x และ EV/EBITDA ที่ 7.3x คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 35.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

CHOW : ผู้บริหารเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้อยู่ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโคประมาณ 50% จากปีที่แล้ว เนื่องจากบริษัทมีการจำหน่ายเหล็กที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน อีกได้รับอานิสงฆ์จากราคาเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงในปีนี้รับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้บริษัทจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มอีก 50 MW มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ลงทุนกับ RATCH จำนวน 27 MW และส่วนที่เหลืออีก 23 MW เป็นการลงทุนของบริษัท โดยในสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายไฟฟ้ารวมประมาณ 30.5 MW (ข่าวหุ้น)

LHK : ผู้บริหารเปิดเผยว่า ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 5% จากปีที่แล้ว และคาดว่ากำไรสุทธิจะดีกว่าในปีที่แล้ว เนื่องจากการเติฐโตของท่อสเตนเลสสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2559 อยู่ที่ 2 ล้านคันต่อปี จากปีก่อนอยู่ที่ 1.9 ล้านคันต่อปี รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มมีการปรับตัวดีขึ้นจากการที่กำลังซื้อเริ่มกลับมา และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มมียอดการผลิตเพิ่มขึ้นอีกทั้งยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 14% (ข่าวหุ้น)

S : ผู้บริหารเปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2559 อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2558 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,316.18 ล้านบาท และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้จากปี 2558 ที่มีการขาดทุนสุทธิ 260.84 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะมีการซื้อกิจการเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงแรมและเรสซิเดนซ์ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/59 ยังคงไปได้ดี ขณะที่ในปี 2559 บริษัทตั้งงบการเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท โดยจะใช้เข้าซื้อกิจการต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทจะเน้นซื้อกิจการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งการซื้อดีลใหญ่จะทำให้บริษัทลดขั้นตอนการจัดการ และคุ้มกว่าการซื้อดีลเล็กๆ รวมทั้งยังสามารถรับรู้เป็นผลประกอบการได้ทันที (ข่าวหุ้น)