วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นต่ออีกเล็กน้อย

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้นต่ออีกเล็กน้อย

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นต่ออีกเล็กน้อย โดยการแถลงสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แต่คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และยังคงเป็นบวกต่อทิศทางการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติมายังตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น

แนวรับ/แนวต้าน : 1437/1450 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

BANPU (15.3) : ราคาถ่านหินที่เริ่มขยับขึ้นมาต่อเนื่องที่ 52.8 เหรียญ/ตัน จากช่วงต้นปีที่ระดับ 49-50 เหรียญ/ตัน เราจึงคิดว่าเป็นโอกาสซื้อ ทั้งนี้ นอกจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ BANPU จะนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปีนี้ BANPU ยังได้ลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจถ่านหิน

ERW (6.2) : ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี ERW เป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม

CK (35.5) : คาดกำไรไตรมาส 2/59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ คลัง ชง ครม.อนุมัติร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 7 มิ.ย.นี้ คาดกฎหมายผ่านบอร์ดกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ทันที 1 ม.ค. 2560 ยันอัตราจัดเก็บไม่กระทบคนจน โดยกำหนดชัด “มูลค่าบ้าน-ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” ต่ำกว่า 50 ล้านรับการยกเว้น คาดท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เพิ่มเป็น 6 หมื่นล้าน หวังนำเงินภาษีสร้างรายได้ท้องถิ่น ไม่ใช่เพราะรัฐบาลถังแตก

+ “รัฐ-เอกชน” ลงทุนระบบสื่อสารโทรคมนาคมเฉียด 4 แสนล้านใน 3 ปี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดันไทยสู่ดิจิทัล ฮับของอาเซียนภายใน 5 ปี ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน หนุนแผนดึงดูดนักลงทุนของรัฐบาล

+ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคม เช่น โครงการรถไฟฟ้า เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักธุรกิจให้ลงทุนตาม

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจที่สดใส แต่ไม่ได้บ่งชี้ถึงกำหนดเวลาที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 113.27 จุดหรือ 0.64% สู่ 17,920.33 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 26.20 จุดหรือ 0.53% สู่ 4,968.71

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังการเปิดเผยรายงานการจ้างงานที่น่าผิดหวังของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มสำหรับผู้ส่งออกของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 62.20 จุดหรือ 0.37% มาที่ 16,580.03 หลังจากร่วงต่ำสุดถึง 16,322.64 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากเหตุการณ์โจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันไนจีเรีย และจากการปรับลดลงของตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลงก่อนปิดตลาด เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.พุ่งขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 2.2 % มาปิดตลาดที่ 49.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.71-49.90 ดอลลาร์