วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

STEC - ซื้อ

เตรียมพร้อมรับมือก่อนการประมูล

ประเด็นการลงทุน

STEC เป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่น่าเล่นที่สุดในช่วงที่มีการประมูลโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ แม้ว่ากำไรในระยะสั้นจะดูด้อยกว่า CK ที่ได้รับอานิสงค์จากโครงการไซยะบุรี (อิงจากรายงาน CK วันที่ 23 พค.) แต่การเติบโตของ STEC ในระยะกลาง (ระหว่างปี 2560-2561) จะดูดีกว่าเนื่องจากงานในมือปัจจุปันมีฐานที่เล็กกว่าและรายได้มาจากงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว เราเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ STEC จะกลับขึ้นไปซื้อขายที่ PBV ที่ระดับเท่ากับยอดรอบก่อนหน้าที่ 4.7 เท่า (+1.5 SD) ถ้าโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างโครงการส่วนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟใต้ดินสายสีส้ม และโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งมีมูลค่ารวม 200-250 พันล้านบาท สามารถประมูลได้ภายในครึ่งหลังปี 59 โดยปัจจุบัน STEC ซื้อขายที่ PBV ที่ 3.6 เท่า (+0.5 SD) ซึ่งมีอัพไซด์สูงถึง 28 %

เร่งเพิ่มงานในมือ

ตั้งแต่ต้นปี STEC เซ็นต์สัญญาโครงการใหม่มูลค่ารวม 2.4 พันล้านบาท และกำลังจะเซ็นอีกสัญญามูลค่า 1 พันล้านบาทในเร็วๆนี้ งานในมือปัจจุบันจึงอยู่ที่ 53 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ 14 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 2/59-4/59 รายได้ปีนื้ที่ 18 พันล้านบาทซึ่งทรงตัวจากปี 2558 อาจจะดูไม่น่าตื่นเต้นนักแต่ก็ไม่น่าเป็นประเด็นเนื่องจากดูเหมือนว่าราคาหุ้นจะแปรตามแนวโน้มของมูลค่างานในมือมากกว่าแนวโน้มรายได้ในระยะสั้น ดังนั้นโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะประมูลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่น่าจับตามากกว่า ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะได้งานใหม่ 30-40 พันล้านบาทในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของเราที่ 25 พันล้านบาท

อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัววงแคบในครึ่งหลังของปี 2559 แต่ยังคงอยู่ที่ 8-9 %

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการรัฐสภาได้รับการแก้ไขหมดแล้วและบริษัทจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/59 แม้ว่ารายได้จากโครงการนี้ซึ่งไม่มีกำไรจะฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทหดตัว แต่ผู้บริหารยังมั่นใจว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทจะสามารถอยู่ในระดับ 8-9 % ในปีนี้ได้ ส่วนราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาไม่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากบริษัททำการล๊อคราคาเหล็กสำหรับใช้ในปีนี้ไว้แล้ว

กำไรจะกลับมาเติบโตในครึ่งหลังของปี 2559

แนวโน้มกำไรของ STEC ที่ลดลงมาตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2557 อันเนื่องมาจากการเซ็นสัญญาใหม่ได้ค่อนข้างน้อยในปี 2555-2557 กำลังจะจบลง เราคาดว่า STEC จะเริ่มรายงานการเติบโตของกำไร YoY ในครึ่งหลังของปี 2559 หนุนโดยความคืบหน้าของงานก่อสร้างที่เซ็นสัญญามาตั้งแต่ปี 2557 อัตราการเติบโตของกำไรนี้จะยิ่งเร่งตัวขึ้นหากบริษัทสามารถเซ็นสัญญาโครงการใหม่ๆได้เพิ่ม 25-30 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งเราเชื่อว่าไม่เป็นการยากจนเกินไปนักเนื่องจากงานประมูลจำนวนมากกำลังจะเริ่มต้นขึ้น