คาดการณ์กำไรปี 59-60 ลดลง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไร 1Q59 ลดลง 24%YoY : กำไร 1Q59 เท่ากับ 237 ล้านบาทลดลง 24%yoy เนื่องจาก 1) มีรายได้จากการโอน 1,161 ล้านบาท ลดลง 29%yoy เนื่องจากโครงการที่สร้างเสร็จโอนใกล้หมดแล้ว (The River, 185 ราชดำริ, Zire วงศ์อมาตย์) แม้ไตรมาสนี้เริ่มโอนโครงการ Unixx พัทยาแต่มูลค่าไม่มากพอที่จะชดเชยได้ 2) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 39% เนื่องจากโครงการ Unixx ที่มีสัดส่วน 48% ของรายได้มีอัตรากำไรขั้นต้นเพียง 36% ต่ำกว่าโครงการ 185 ราชดำริที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 46% ซึ่งเป็นโครงการหลักที่โอนในปี 58 มีสัดส่วน 23% ของรายได้ กำไร 1Q59 คิดเป็น 28% ของประมาณการทั้งปี
- คาดกำไรปี 59-60 ลดลง 7% และ 6% ตามลำดับ : ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้ราว 5 พันล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงกับปี 58 ปลายไตรมาสแรกมียอดขายรอโอน (backlog) รวม 6,560 ล้านบาท ซึ่งคาดจะโอนภายในปลายปีราว 3.5 พันล้านบาท โครงการหลักที่จะโอนปีนี้ได้แก่ Unixx พัทยา และคาดปลายปีจะเริ่มโอน Lofts เอกมัยได้บางส่วน ขณะที่คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปี 59 ราว 38% ลดจากปี 58 ที่ทำได้ 40% เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้ปีนี้ราว 5,051 ล้านบาทซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับปี 58 ฝ่ายวิจัยประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ลดลง 7% จากปี 58 เหลือ 839 ล้านบาท ทั้งนี้ กำไรในช่วง 2Q59 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 1Q59 เนื่องจากอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่สิ้นสุดปลายเดือนเม.ย. สำหรับปี 60 คาดการณ์รายได้ลดลง 5% สู่ระดับ 4.8 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรจะลดลง 6% เหลือ 788 ล้านบาท
- อนาคตมีความไม่แน่นอนเรื่องการเติบโตต่อเนื่อง : Q1 มียอดขาย presale เท่ากับ 748 ล้านบาทดีกว่าเป้าที่ 607 ล้านบาทเนื่องจากสามารถขาย penthouse โครงการ 185 ราชดำริได้ 1 ห้องราคา 320 ล้านบาท ยอดขายใน Q2 ยังดีต่อเนื่องโดยเปิดขายโครงการ Lofts Asoke ในวันที่ 10 พ.ค.ปัจจุบันขายได้แล้ว 50% (กำหนดสร้างเสร็จ 4Q61) อย่างไรก็ดี ยอดขายรอโอน (backlog) หลังหักส่วนที่จะโอนภายในปีนี้เหลือราว 3 พันล้านบาทจะบันทึกเป็นรายได้ในปี 62 ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเติบโตต่อเนื่องในปี 60 ต้นปีบริษัทได้ซื้อที่ดิน 2 แปลงย่านสีลม-สาธร และในทำเลใหม่แต่ยังไม่เปิดเผยเพื่อพัฒนาโครงการแนวราบแบรนด์ “Lofts” ในอนาคตผู้บริหารยังเดินหน้าพัฒนาคอนโดฯหรูในเมือง การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม (คอนโดฯของบริษัทได้รับรางวัล 3 โครงการ) ใช้แบรนด์ Lofts และ Mews สำหรับกลุ่ม Niche markets เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมทั้งพยายามหารายได้ประจำเพิ่มขึ้น
- แนะนำ“ขาย” ราคาเหมาะสม 1.40 บาท : ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PE 6.5 เท่า และ PBV ราว 1.1 เท่า อย่างไรก็ดี ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 6 เท่าได้เท่ากับ 1.40 บาทต่ำกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ขาย”









