กำไร 1Q59 +48%YoY-41%QoQ ยังคงประมาณการตามเดิม
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- 1Q59 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 48%YoYแต่ลดลง 41%QoQ : ในช่วง 1Q59 มีกำไรสุทธิ 1,996 ล้านบาท +48%YoYแต่ลดลง 41%QoQโดยมียอดรับรู้รายได้เท่ากับ 7,016 ล้านบาท +35%YoYแต่ลดลง 15%QoQโดยมียอดโอนจากแนวราบปรับดีขึ้นแต่ยอดโอนคอนโดมิเนียมลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่เริ่มโอน 3 โครงการแต่ไตรมาสนี้เริ่มโอนโครงการเดียว อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 34.3% ปรับดีขึ้นจาก 32.4% ใน 1Q58 แต่ใกล้เคียงกับระดับ 34.7% ใน 4Q58ทั้งนี้ในไตรมาสนี้มีรายการขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์จำนวน 122 ล้านบาทแต่ได้ชดเชยจากการคืนเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินพร้อมดอกเบี้ยมาเป็นรายได้อื่นจำนวน 132 ล้านบาท
- ไตรมาสแรกยอดขาย presaleยังแผ่วคาดกระเตื้องขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง : ในช่วง 1Q59 มียอดขาย presale เกือบ 5.5 พันล้านบาท ลดลง 2%YoY และ 29%QoQเนื่องจากเปิดขายโครงการใหม่เพียงโครงการเดียว ยอดขายคอนโดฯลดลง 71%YoYขณะที่ยอดขายแนวราบเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับเป้าทั้งปีที่ 2.8 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 20% แนวโน้มยอดขายใน 2Q59 น่าจะกระเตื้องขึ้นไม่มากจากเผนเปิดขายใหม่เพียง 2 โครงการและเลื่อนไปเปิดใน Q3รวม 4 โครงการรวมเป็นเปิดใหม่ 7 โครงการ และใน Q4 เปิดใหม่ 4 โครงการ คาดจะเห็นยอดขาย presale ปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
- คงประมาณการกำไรปกติปี 59 ตามเดิม : กำไรในช่วง 1Q59 คิดเป็น 27% ของประมาณการกำไรปกติปี 59 ซึ่งฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิมปลายเดือนมี.ค.59 มียอดขายรอโอน (backlog) รวม 1.9 หมื่นล้านบาท ส่วนที่จะโอนภายในปีนี้ราว 7.8 พันล้านบาทรวมคิดเป็น 54% ของประมาณการที่ราว 2.71 หมื่นล้านบาท สำหรับแนวโน้มกำไรในช่วง 2Q59 น่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสแรกในการโอนคอนโดฯต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และน่าจะปรับดีขึ้นในช่วง 3Q59 ที่เริ่มโอนโครงการเดอะรูม สาธร 11 มูลค่า 1.9 พันล้านบาท และน่าจะสูงสุดรายไตรมาสใน 4Q59 ที่เริ่มโอนโครงการ333 Riverside มูลค่า 7 พันล้านบาท ทั้งนี้ ประมาณการกำไรมีอัพไซต์จากรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พ้อยท์ เทอมินัล 21 ในการจัดตั้งกอง REIT กองใหม่มูลค่าราว 4 พันล้านบาทซึ่งคาดจะมีกำไรก่อนภาษีราว 900 – 1,000 ล้านบาท (LH ถือหุ้น 60%)ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นรายการราว 4Q58 และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสสำหรับปีนี้
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.30 บาท : ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังดีโดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายโครงการแนวราบที่ปรับดีขึ้น และการลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องราคาเหมาะสมซึ่งอิงProspect PER ที่ระดับ 16 เท่าได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 10.30 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้นโยบายการจ่ายเงินปันผลอยู่ในอัตราสูง 80% โดยมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6-7% ต่อปี ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล









