วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 18 พฤษภาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังลดลงประกอบกับไฟป่าที่รุนแรงเพิ่มขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังจากที่สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 13 พ.ค. ปรับตัวลดลง 1.14 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ในขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะมีการออกรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในวันนี้ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ จะปรับตัวลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล

+ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากสถานการณ์ไฟป่าที่เมืองฟอร์ต แม็คเมอร์เรย์ ประเทศแคนาดา ที่ยังคงลุกลามต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัท Suncor Energy ต้องอพยพคนงานออกจากพื้นที่ราว 4 พันคน และในขณะนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบลดลงไปราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- การเจรจายุติความขัดแย้งภายในประเทศลิเบียระหว่างผู้ผลิตน้ำมันฝั่งตะวันตกและตะวันออกยังคงไม่คลี่คลายแต่อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าลิเบียน่าจะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบที่ท่าเรือ Marsa El Hariga ได้ตามปกติหลังจากที่ท่าเรือถูกปิดมากว่า 2 สัปดาห์

+ รายงานประจำเดือนของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปค) ระบุว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศซาอุดิอาระเบียลดลงมาสู่ที่ระดับ 7.541 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 7.553 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณอุปทานในภูมิภาคยังคงมีมากอยู่เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหันมาผลิตน้ำมันเบนซินเพิ่มมากขึ้นจากค่าการกลั่นที่ดีกว่า ประกอบกับประเทศจีนมีการส่งออกที่เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากคาดการณ์ว่าในเดือนมิถุนายนโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงไปจะกลับมาดำเนินการตามปกติ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ความไม่สงบในประเทศไนจีเรียที่ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบเดือน พ.ค. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลัง Shell อพยพคนงานออกจากแหล่งผลิตน้ำมัน Bonga (กำลังการผลิต 90,000 บาร์เรลต่อวัน) เนื่องจากถูกโจมตี ขณะที่ Chevron เองก็หยุดการผลิตน้ำมันในแหล่ง Okan (กำลังการผลิต 35,000 บาร์เรลต่อวัน) ด้วย

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่มีแนวโน้มจะลดลงต่อหลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ รายงานโดย EIA ณ วันที่ 6 พ.ค. ปรับตัวลดลงกว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 8.80 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาว่าการผลิตน้ำมันดิบแคนาดาจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน หลังสถานการณ์ไฟป่าที่ประเทศแคนาดาเริ่มคลี่คลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทน้ำมันรวมทั้งสิ้นกว่า 11 รายมีการลดกำลังการผลิตลงไปกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

                                                                 -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999