วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (16 พ.ค.59)

ลงซื้อ / ขึ้นขาย

เนื่องจากบทวิเคราะห์ฉบับวันที่ 12 พ.ค. 59 เรื่อง “IOD ประกาศตัด 7 บริษัทที่ผู้บริหารถูกก.ล.ต.ปรับออกจากการประเมิน CGR” โดยระบุชื่อ CMC ซึ่งเป็นการระบุชื่อย่อหุ้นผิด ทั้งนี้ ผู้บริหารของ CMC หรือบริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) ไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าวแต่อย่างใด  ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กจึงประกาศขออภัยในความผิดพลาดมา ณ ที่นี้

SET วันก่อนอ่อนตัวลงจากความกังวล Fund Flow ที่ไหลออกหลังจากเงินบาทอ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อในกลุ่มที่ได้เข้าคำนวณ MSCI รอบใหม่ ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,394.69 จุด (-4.62 จุด) Vol. 5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +4,116 ลบ. , Net TFEX -4,736 สัญญา (มี Big lot หุ้น Cpall คาดขายให้ต่างชาติมูลค่า 4786 ล้านบาท ดังนั้น ต่างชาติน่าจะเป็น Net Sell ประมาณ 670 ล้านบาท)


แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

- ราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 46.3 USD/Barrel หลังจากมีรายงานว่า แคนาดาเริ่มกลับมาผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง

- ตลาดหุ้น DJ -185.18 จุด จากแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงตัวเลขค้าปลีกในเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 1.3% แข็งแกร่งสุดในรอบ 1 ปี ทำให้มีความกังวลว่า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.

- ทริสประเมินธุรกิจแบงก์ปีนี้ยังมีแนวโน้มการชะลอตัวของสินเชื่อ-กำไรตามภาวะเศรษฐกิจ คาดทั้งปีสินเชื่อโตแค่ 3-5% ห่วงยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันเพิ่มในต่างจังหวัดกระทบเอ็นพีแอล ด้านเช่าซื้อรถทรงตัว

- เงินบาทอ่อนค่าลงล่าสุด 35.4 Bath/USD กดดันต่อ Fund Flow

+/- จีนประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. +10.1% YoY (ชะลอตัวลงจากเดือนมี.ค.ที่มีการขยายตัว 10.5%) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. +6% YoY (ชะลอตัวลงจากเดือนมี.ค.ที่ขยายตัว 6.8%) ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ขยายตัวขึ้น 7.2%

ภาวะตลาดหุ้นไทยมีแรงหนุนจากการประกาศงบกำไร Q1/59 อย่างไรก็ตามความกังวล Fund Flow ต่างชาติไหลออกหลังจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงรวมถึงการ Net Sell หุ้นต่อเนื่องเป็นแรงกดดัน ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,385 - 1,410 จุด

** 16 พ.ค. ครบกำหนดส่งงบการเงิน Q1/59 ของบริษัทฯ

กลยุทธ์การลงทุน

แนะนำซื้อเก็งกำไรเป็นรอบแบบ Selective Buy

- กลุ่มเหล็ก ราคาเหล็กรีดร้อน +56% YTD ล่าสุด 570 USD/Ton (ทั้งนี้ TSTH BSBM SAM CSP PERM ประกาศงบพลิกมีกำไร)

- กลุ่มที่ได้เข้าคำนวณ MSCI Global Standard Index รอบใหม่ ROBINS EGCO MSCI และ Global Small Cap index DNA GL S


หุ้นแนะนำพิเศษ

HMPRO ราคาปิด 8.55 บาท ราคาพื้นฐาน 8.80 บาท

- ปี 59 บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่เพิ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 9-10 สาขา แบ่งเป็นสาขาโฮมโปร 5 สาขารวมเป็น 80 สาขา สาขาเมกาโฮม 3-4 สาขาเพื่อเพิ่มเป็น 10-11 สาขา และสาขาในมาเลเซีย เพิ่มอีก 1 สาขา รวมเป็น 2 สาขาภายในปลายปี

- คาดการณ์รายได้ปี 59 ราว 5.8 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 12% กำไรสุทธิปี 59 ที่ราว 3.8 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 10%

- จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นจากสาขาเมกาโฮมที่ปรับดีขึ้นจนล้างขาดทุนสะสมได้หมด

หุ้นมีข่าว 

- ประเด็นบวก BEM (ราคาปิด 6.35 ราคาเหมาะสม 5.70) มีโอกาสชนะเรียบทุกคดีค่าผ่านทางด่วน หลังอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้กทพ.จ่ายชดเชยคดีค่าผ่านทางปี 46 แล้ว ชี้ใช้วิธีต่อสัมปทานแลกค่าเสียหายคุ้มกว่า ส่วนไตรมาส 1/59 กำไร 702 ล้านบาท โต 21% (ที่มา:ข่าวหุ้น)

- LH (ราคาปิด 8.50 ซื้อ ราคาเหมาะสม 10.30) 1Q59 มีกำไรสุทธิ 1,996 ล้านบาทสูงที่สุดในกลุ่ม เพิ่มขึ้น 48%YoY แต่ลดลง 41%QoQ โดยคิดเป็น 27% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ราว 7.5 พันล้านบาท ปลาย 1Q59 มียอดขายรอโอน (backlog) จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาทซึ่งจะโอนภายในปีนี้ราว 7.8 พันล้านบาททำให้ประมาณการรายได้ทั้งปีที่ 2.7 หมื่นล้านบาทมี backlog รองรับแล้ว 54% ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมตามเดิม

- TPBI (ราคาปิด 18.30 ราคาเหมาะสม 19.40) รายงานกำไรไตรมาส 1/59 ที่ 94.4 ล้านบาทเติบโต 33%YoY

- SCN (ราคาปิด 7.70 ราคาเหมาะสม 7.70) รายงานกำไรไตรมาส 1/59 ที่ 82 ล้านบาทเติบโต 22%YoY

- บอร์ด HYDRO มีมติขายหุ้นทั้งหมดใน"ยูเอซี ไฮโดรเท็ค"ให้กับ UAC

- EVER ให้บ.ย่อยขายหุ้นทั้งหมด 30% ใน RIH ซึ่งทำธุรกิจโรงพยาบาล,รับรู้กำไร 30 ลบ.

- NWR เซ็นสัญญารับงานก่อสร้าง 2 โครงการ มูลค่ารวม 484.90 ลบ. (ที่มา: InfoQuest )

- BWG แนวรับ 1.66-1.64 บาท แนวต้าน 1.68-1.71 , 1.81-1.85 บาท  ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นทำ New high ในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากหลุดลงไปทำ New low ต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ดีดกลับขึ้นมาแรงติดต่อกัน 2 วันและมีวอลุ่มสูงมาก ทำให้ MACD มีโอกาสดีดกลับขึ้นมายืนเหนือศูนย์ได้อีกครั้ง ดังนั้นวันนี้หากระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 1.66-1.64 บาทอีก จึงจะมีลุ้นดีดกลับผ่าน 1.68-1.71 บาท ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมในรอบเดือนกว่าแถวๆ 1.81-1.85 บาทต่อไป 

- IVL แนวรับ 31.50 , 30.50 บาท แนวต้าน 35.25 บาท
ระดับราคาดีดกลับขึ้นมาแรงต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ท่ามกลางวอลุ่มซื้อขายที่หนาแน่นมาก ทำให้ระดับราคาดีดกลับขึ้นทำ New high ได้เรื่อยๆ หากวันนี้ระดับราคาถอยกลับลงมาแถวๆ 31.50 บาท น่าซื้อเพิ่ม หรือเต็มที่ไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแถวๆ 30.50 บาทซะก่อน ระดับราคายังมีโอกาสดีดกลับขึ้นทำ New high ทะลุเส้น BollingerTop ขึ้นไปแถวๆ 35.25 บาทต่อไป

- WIIK แนวรับ 2.90-2.88 บาท แนวต้าน 2.98-3.00 , 3.06-3.12 บาท
ระดับราคายังสามารถประคองตัวดีดกลับขึ้นมาได้ในระดับสูง หลังจากไม่หลุดลงไปต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันจากแรงขายทำกำไรเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ MACD ผ่านขึ้นยืนเหนือศูนย์ได้อีกครั้ง ประกอบกับเกิดสัญญาณ Golden cross ไปแล้ว หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่า 2.90-2.88 บาทซะก่อน ระดับราคาจึงจะมีลุ้นดีดกลับผ่าน 2.98-3.00 บาท ก่อนผ่านขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมแถวๆ 3.06-3.12 บาทต่อไป

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -185.18 จุด 

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,535.32 จุด ร่วงลง 185.18 จุด หรือ -1.05% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,717.68 จุด ลดลง 19.65 จุด หรือ -0.41% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,046.61 จุด ลดลง 17.50 จุด หรือ -0.85% หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 1 ปี โดยนักลงทุนกังวลว่าข้อมูลดังกล่าวจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย

ตลาดน้ำมัน NYMEX -0.49 ดอลลาร์/บาร์เรล

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 49 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 46.21 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า แคนาดาเริ่มกลับมาผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากที่แหล่งผลิตน้ำมันในฟอร์ท แมคเมอร์เรย์ของแคนาดาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟป่าในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้