วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.เผยแนวโน้มหนี้เอ็นพีแอล เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

"ธปท." เผย แนวโน้มหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ชี้กำไรธนาคารพาณิชย์อาจจะชะลอตัวเป็นปีที่สอง หลังกันสำรองสูง

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบัน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ซึ่งประเมินว่าในปีนี้เอ็นพีแอลน่าจะปรับขึ้นสูงสุด ยกเว้นว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะทรุดตัวลงอีกในปีหน้า โดยยังต้องจับตา เอ็นพีแอลลูกหนี้เอสเอ็มอีและลูกหนี้บัตรเครดิตอย่างใกล้ชิด ขณะที่ภาพรวมของสินเชื่อขยายตัวต่ำ ไตรมาสแรกปีนี้โตเพียงร้อยละ 3.3 ขยายตัวลดลงจากร้อยละ 4.3 เมื่อสิ้นปี 2558 โดยสินเชื่อธุรกิจหดตัวในภาคอุตสาหกรรม พาณิชย์โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่หดตัวมากที่สุด

สำหรับในไตรมาสแรกเอ็นพีแอล มียอดคงค้าง 357,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 19,900 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.64 จากร้อยละ2.55 โดยคุณภาพสินเชื่อด้อยลง ในสินเชื่อทุกประเภท โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อธุรกิจและเอสเอ็มอี โดยเอ็นพีแอลลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่อยู่ที่ 88,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 77,300 ล้านบาท เอ็นพีแอล ลูกหนี้ธุรกิจเอสเอ็มเออยู่ที่ 172,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 165,200 ล้านบาท ขณะเดียวกันเอ็นพีแอลหนี้บัตรเครดิตอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท จาก 8,500 ล้านบาท โดยพบว่าความสามารถในการชำระหนี้ของผู้บริโภคลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ส่วนเอ็นพีแอลสินเชื่อรถยนต์ปรับตัวดีขึ้นจากสิ้นปี 2558 โดยมียอดคงค้างอยู่ที่ 17,900 ล้านบาทลดลงจาก 20,200 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกน้อยลง และตลาดรถยนต์มือสองราคาเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นจนเกือบอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ

ด้านกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจากมีการกันสำรองเพิ่มขึ้น และได้รับผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยลูกค้าโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งในไตรมาสแรกกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.8 จากระยะเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ต้องมีการกันสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ จึงทำให้กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 51,300 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.7 โดยเงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 408,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24,100 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 160 จากร้อยละ 156.3 ช่วยให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเสถียรภาพและสามารถรองรับกับผลกระทบจากการด้อยคุณภาพของสินเชื่อได้