ขาดทุนมากกว่าคาดเล็กน้อย
MONO รายงานขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 1/59 ที่ 80 ล้านบาท ขาดทุนน้อยลง 8% YoY และ 27% QoQ เนื่องจากขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 4/58 มีการปรับปรุงใหม่ในส่วนของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเราแนะนำให้พิจารณาในส่วนของขาดทุนหลักแทนเมื่อเทียบในแง่ QoQ โดยถ้าไม่รวมรายการพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีขาดทุนหลักของบริษัทจะอยู่ที่ 65 ล้านบาท ขาดทุนน้อยลง 4% YoY แต่ขาดทุนมากขึ้น 9% QoQ ขาดทุนสุทธิและขาดทุนหลักมากกว่าที่เราคาด 8% และ 9% ตามลำดับ โดย รายได้น้อยกว่าประมาณการของเรา 6%
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ต้นทุนด้านคอนเทนต์ที่เริ่มนิ่งและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลงทำให้ผลประกอบการของบริษัทเริ่มดีขึ้น YoY ต้นทุนขายและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 11% QoQ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 26% YoY แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% QoQ รายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 4% QoQ รายได้จากธุรกิจบริการเสริมบนมือถือ อยู่ที่ 233 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 5% QoQ รายได้จากธุรกิจสื่อก้าวกระโดด 135% YoY แต่ลดลง 4% QoQ จากรายได้ช่องดิจิตอลทีวีที่เพิ่มขึ้น รายได้จากธุรกิจบันเทิงอยู่ที่ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY และ 26% QoQ
แนวโน้ม
เราเชื่อว่าไตรมาส 2/59 ยังคงเป็นฤดูกาลที่เม็ดเงินโฆษณาจะกลับเข้ามา แต่คงไม่ได้เป็นการเติบโตมากอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบ QoQ จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตามช่องทีวีดิจิตอลที่มีเรตติ้งอยู่ในระดับผู้นำอย่าง MONO คงเป็นเป้าหมายสำหรับการลงเม็ดเงินโฆษณาอันดับต้นๆ เราประมาณการขาดทุนหลักของ MONO ในไตรมาส 2/59 ที่ 39 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 63% YoY และ 40% QoQ จากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์มือถือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราค่าโฆษณา และช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจสื่อ เราคาดอัตรายอดจองโฆษณาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ 65% ใน 2/59 เพิ่มจาก 55% ใน ไตรมาส 1/59 และเราคาดอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 19 หมื่นบาทในไตรมาส 2/59 ปรับเพิ่มขึ้น 46% YoY และ 5% QoQ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราคงประมาณการกำไรทั้งปี 2016 คงเดิม
คำแนะนำ
ราคาหุ้นของ MONO ได้ขึ้นไปแตะราคาเป้าหมายของเราที่ 2.70 บาท (ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 29% ตั้งแต่ที่เราปรับประมาณการเป็นซื้อเก็งกำไร ในเดือนมีนาคม) ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาหลังจากที่ขึ้นไปถึงราคาเป้าหมาย เราแนะนำเข้าสะสมหุ้นในช่วงที่ราคาอ่อนตัว แม้ว่าในไตรมาส 1/59 และ ไตรมาส 2/59 เราคาดว่าจะยังขาดทุน แต่การขาดทุนจะมีแนวโน้มที่ลดลง ก่อนที่จะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในครึ่งปีหลัง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









