ผลการดำเนินงานหลักยังคงย่ำแย่
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าผลประกอบการของ MCOT จะยังคงไม่ฟื้นตัวจนกว่าเรตติ้งของทั้งช่องเอชดีและช่องแฟมิลี่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น การขาดจุดขายของช่องและกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นเหตุผลหลักสำหรับเรตติ้งของทั้งสองช่องที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง เราคาดว่าผลการดำเนินงานหลักไตรมาส 1/59 มีแนวโน้มพลิกกลับไปเป็นขาดทุน ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสแรกตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2547 เป็นต้นมา เราประเมินว่ายังคงมีความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 2559 หากภาพรวมของเม็ดเงินโฆษณายังคงอ่อนแอต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 (ซึ่งอยู่ในภาวะที่แย่ไม่ต่างจากช่วงครึ่งแรกของปี 2559) และจากเหตุผลของภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมเม็ดเงินโฆษณาที่ยังคงรุนแรงระหว่างผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล การให้ส่วนลดอัตราค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาด คอนเท้นต์ของช่องที่ด้อยกว่าคู่แข่งรายอื่น และราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างมากจนลงมาต่ำที่สุด ณ ปัจจุบัน (ซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นและราคาเป้าหมายไม่แตกต่างกันมากนัก) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับหุ้น MCOT
ส่องกล้องไตรมาส 1/59—พลิกกลับเป็นขาดทุนหลัก
เราคาดผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 36 ล้านบาท พลิกกลับจากกำไรสุทธิ 27 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 และคิดเป็นขาดทุนลดลง 49% QoQ ถ้าไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงทางบัญชีสำหรับการบันทึกค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอล 6 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 เราคาดผลขาดทุนหลักไตรมาส 1/59 ที่ 30 ล้านบาท พลิกกลับจากจากกำไรหลัก 27 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 และกำไรหลัก 4 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 ไตรมาสนี้ถือว่าเป็นไตรมาสแรกที่ MCOT มีแนวโน้มแสดงผลขาดทุนหลักตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กำไรที่ลดลงอย่างมากเนื่องจากรายได้โฆษณาที่ลดลงอย่างมาก (ซึ่งเกี่ยวกับภาวะการบริโภคที่ยังคงอ่อนแอ และการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล) ถึงแม้ว่าจะมีการควบคุมต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นก็ตาม ในส่วนของต้นทุนบริการ มีเพียงแค่ต้นทุนการผลิตรายการเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนอื่นๆ ลดลง ในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่ลดลงเนื่องจากการไม่ให้ส่วนลดหรือค่าตอบแทนส่งเสริมการขายในไตรมาสนี้
เราคาดว่ารายได้โฆษณาทีวีในไตรมาส 1/59 มีแนวโน้มลดลง 25% YoY และ 32% QoQ ในขณะที่รายได้โฆษณาวิทยุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 20% QoQ รายได้สัมปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3% YoY แต่ทรงตัว QoQ รายได้จากการให้บริการเช่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 98% YoY และ 3% QoQ เนื่องจากลูกค้าช่องทีวีดิจิตอลรายใหม่ ซึ่งได้แก่ ช่องทีวีรัฐสภา ซึ่งรับรู้รายได้มาแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 24% ในไตรมาส 1/59 เทียบกับ 24.8% ในไตรมาส 1/58 และ 23.3% ในไตรมาส 4/58
เรตติ้งช่องเอชดีไตรมาส 1/59 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ
เรตติ้งเฉลี่ย (อายุ 4 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) ของช่องเอชดีของ MCOT (ซึ่งออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล็อก) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.177 ในเดือนก.พ. มาอยู่ที่ 0.186 ในเดือนมี.ค. 2559 ในขณะที่เรตติ้งเฉลี่ยของช่องแฟมิลี่ทรงตัวที่ 0.030 ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2558 เป็นต้นมา เรตติ้งเฉลี่ยของช่องเอชดีลดลงจาก 0.251 ในไตรมาส 1/58 และ 0.193 ในไตรมาส 4/58 มาอยู่ที่ 0.185 ในไตรมาส 1/59 ขณะที่เรตติ้งของช่องแฟมิลี่อยู่ที่ 0.031 ในไตรมาส 1/59 ถือว่าเพิ่มขึ้นจาก 0.011 ในไตรมาส 1/58 แต่ลดลงจาก 0.037 ในไตรมาส 4/58
เรตติ้งข้างต้นได้พิสูจน์ว่าการปรับผังรายการครั้งล่าสุดในเดือนก.ย. 2558 ของช่องเอชดีของ MCOT ไม่ประสบผลสำเร็จ เห็นได้จากเรตติ้งที่ยังคงอ่อนแอในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมโฆษณาที่ยังคงรุนแรงมากขึ้นและคอนเท้นต์ของช่องที่ยังคงอ่อนแอ เราคิดว่ามีเพียงแค่รายการทีวีไม่กี่รายการเท่านั้นภายใต้การปรับผังในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาที่ประสบผลสำเร็จในแง่ของเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นหลังออกอากาศ MCOT จะทำการปรับผังรายการย่อยภายในปี 2559 อีกครั้งถ้ารายการดังกล่าวยังคงไม่สามารถเพิ่มเรตติ้งได้ใน 6 เดือนหลังจากออกอากาศ เราคิดว่าสาเหตุของการที่เรตติ้งของทั้งสองช่องยังคงลดลงเนื่องมาจากการขาดจุดขายของช่องและกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่ชัดเจน








