แบงค์ชาติภาคอีสานแถลงข่าวเศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาสแรกของปี ภาพรวมทรงตัว ด้านการลงทุนก่อสร้างเอกชนหดตัว แต่มีปัจจัยหนุนจากงบตำบลละ 5 ล้านบาท
รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.สภอ.) นายสมชาย เลิศลาภวสิน ผอ.ธปท.สภอ. แถลงภาวะเศรษฐกิจการเงินไตรมาส 1/2559 ของภาคอีสานว่า โดยภาพรวมเดือนมกราคม-มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ซึ่งเป็นไปตามการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่มีทิศทางทรงตัว เนื่องจากผลบวกปัจจัยชั่วคราวของมาตรการกระตุ้นการบริโภค ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี 2558 หมดลง
โดยการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงจากการเร่งซื้อไปมากก่อนการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เช่นเดียวกับการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันที่แผ่วลง
ขณะที่ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงยังขยายตัว รายได้ภาคเกษตร ยังคงลดลงจากปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรก็อยู่ในระดับต่ำมีเพียงอ้อยที่ความต้องการตลาดยังสูงทำให้กลุ่มนี้ยังพอมีรายได้ดี อีกทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ประกอบกับสถาบันการเงินชะลอการใช้สินเชื่อทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทำให้การบริโภคของประชาชนขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นายสมชาย กล่าวว่า เศรษฐกิจของภาคอีสานยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวจากเม็ดเงินงบประมาณของโครงการในมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบลหรือโครงการตำบลละ5ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายถึง6,387.9ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 ที่มีการเบิกจ่ายเพียง 274.8 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินนอกงบประมาณที่มีการเบิกจ่ายต่อเนื่องในส่วนของโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและถนน
ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังลดลงจากภาคการก่อสร้าง เห็นได้จากพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาล โดยเฉพาะการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยที่หดตัว แต่ยอดขายวัสดุก่อสร้างยังขยายตัว ส่วนหนึ่งมาจากการการทยอยลงทุนก่อสร้างของภาครัฐหลังจากที่มีการเร่งเบิกจ่ายในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม2558
ในส่วนของเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการยังลดลง ขณะที่เงินลงทุนของโครงการที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOIนั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งนักลงทุนมีความกังวลกับกำลังซื้อของภาคเอกชนและการส่งออกลดลง ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลง
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ยังมีกิจการขนาดใหญ่ที่สนใจเข้ามาลงทุนในภาคอีสาน ได้แก่ กิจการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟและส่วนประกอบ วงเงินลงทุน 10,721 ล้านบาท, กิจการผลิตเยื่อกระดาษ วงเงินทุน 6,460 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีกิจการผลิตอาหารสัตว์ เงินทุน 1,591 ล้านบาท,กิจการผลิตยางแท่ง เงินทุน 933 ล้านบาท และกิจการผลิตเอทานอล เงินทุน 748 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของภาคอีสานในไตรมาสที่ 2 นี้ คาดว่า จะยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายตัว ทั้งภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะจีนและเอเชียที่อยู่ในภาวะโน้มลง ราคาสินค้าทางการเกษตรยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นตัวถ่วงทำให้กำลังซื้อในตลาดมีอย่างจำกัด
ขณะที่ ปัจจัยสนับสนุนนั้นยังคงต้องพึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลักเท่านั้น








