วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุดในกลุ่ม

ประเด็นการลงทุน

จากการประชุมกับทาง KKP เมื่อวาน เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 เดิมที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY (หลังเพิ่มขึ้น 21%ในปี 2558) เรามองว่าอาจมีอัพไซด์จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง ดีล IB ที่ดีขึ้น และกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่สูงขึ้นรวมทั้งผลขาดทุนจากการขายรถมือสองที่ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตามเราคาดสินเชื่อบรรษัทที่เติบโตดีและการขายสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรเติบโตจากปีทีแล้ว ปัจจุบัน KKP ซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 เพียง 0.9 เท่า ด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดอยู่ที่ 7.4% เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากเป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม

ปรับลดเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อตามคาด...

หลังจากแจงตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตที่ 15-19% ในเดือนม.ค. 2559 ที่ผ่านมาผู้บริหาร KKP มองว่าอาจมีการปรับเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อลงเล็กน้อยจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ใหม่ และสินเชื่อ SME แต่ผู้บริหารยืนยันเป้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตตามเป้าเดิม ที่อย่างน้อย 15% (ลดลง 3.8% ในปี 2558) ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้มปรับลดลงจากเป้าเดิมที่ 5% (หดตัวลง 6.8% ในปี 2558)

KKP ยืนยันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปี 2559 จะอยู่ที่ 4.5-4.7% เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปี 2558 ผู้บริหารมองรายได้จากตลาดทุนยังมีอาจปรับเพิ่มขึ้น YoY เราคาดรายได้ของทั้งแผนก IB และฝ่ายจัดการสินทรัพย์จะอยู่ที่ 500 ล้านบาททั้งปีใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ทั้งนี้เรายังคงรักษาประมาณการสินเชื่อทั้งปีเติบโตที่ 5% เมื่อเทียบกับเป้าบริษัทที่ 15-19% ด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเชิงอนุรักษ์ที่ 4.1% เมื่อเทียบกับ 4.4% ในปีทีแล้ว

การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯมีโอกาสปรับลดลง ซึ่งหมายถึงอาจมีอัพไซด์เพิ่ม

KKP กล่าวว่าสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีแนวโน้มปรับลดลงจากการบริหารคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นและการตัดจำหน่ายหนี้เสียได้เร็วขึ้น เราจึงมอง KKP มีโอกาสปรับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลงจากปีที่แล้ว ทั้งนี้บริษัทตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในปี 2558 อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ซึ่งรวมการตั้งด้อยค่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองมูลค่ารวม 2 พันล้านบาทอยู่ด้วย ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในไตรมาส 1/59 มีสัดส่วนรถมือสองอยู่ 46% เราประเมินการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในปี 2559 จะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท ซึ่งการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าคาดจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเรา

หากเศรษฐกิจฟื้นตัว การขายสินทรัพย์จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร

KKP วางแผนขายหุ้นใน KK Trade Securities ในช่วงไตรมาส 3/59 ที่มูลค่า 690 ล้านบาท พร้อมกำไรมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้บริหารกล่าวว่ายอดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้น่าจะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาทปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่ง KKP บันทึกกำไรที่ 844 ล้านบาท จากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปื 2558 เราคาดยอดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปี 2559 จะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท และกำไรที่ 450 ล้านบาท หาก KKP รายงานกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงกว่าคาด เรามองปัจจัยดังกล่าวจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา