"4 รัฐมนตรี" เตรียมตัดสินใจต่อใบอนุญาต "อัครา รีซอร์สเซส" ซึ่งทำธุรกิจเหมืองทองคำ หรือไม่ภายใน 2 สัปดาห์
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในช่วงอีก 2 สัปดาห์นับจากนี้ไปจะนำ 3 ทางเลือกในการพิจารณากรณีขอต่ออายุใบอนุญาตโลหะกรรมหรือโรงถลุงและการต่ออายุประทานบัตรเหมืองทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จังหวัดพิจิตร เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ 4 รัฐมนตรี ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาว่าจะเลือกแนวทางใด ซึ่งจะมีการนำเสนอข้อมูลผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานร่วมและมีผู้แทนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา หลังจากนั้นนำผลการพิจารณาเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
สำหรับ 3 แนวทางที่จะนำเสนอพิจารณา คือ แนวทางแรก ไม่ต่ออายุใบอนุญาตโรงประกอบโลหะกรรม ซึ่งปกติต่อได้ครั้งละ 5 ปี ซึ่งกรณีนี้ส่งผลทำให้เหมืองทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินการอยู่จะต้องปิดตัวลงทันที ส่วนแนวทางที่ 2 คือ ต่ออายุใบอนุญาตโรงประกอบโลหะกรรมออกไปอีก 5 ปี กรณีนี้การทำเหมืองทองคำจะค่อยปิดตัวลงในสิ้นปีนี้ และแนวทางที่ 3 คือ ต่อใบอนุญาตทำเหมืองทองคำในพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นการทำเหมืองในพื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ไม่ขยายออกไปยังพื้นที่ใหม่ ซึ่งกรณีนี้จะมีการต่ออายุใบอนุญาตโรงประกอบโลหะกรรมไปด้วย แนวทางนี้ระยะเวลาการปิดตัวของเหมืองทองคำเกิดขึ้นภายใน 3-4 ปีข้างหน้า สำหรับพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 คน
นางอรรชกา กล่าวว่า ไม่ว่า 4 รัฐมนตรี จะตัดสินใจเลือกแนวทางใดใน 3 แนวทางที่เสนอจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างชัดเจนทุกด้าน และยอมรับว่าหลังจากปิดเหมืองทองคำลงบริษัทอาจฟ้องทางราชการ โดยอาจยื่นคำร้องต่อศาลปกครองและศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ซึ่งทางราชการจำเป็นต้องมีข้อมูล มีเหตุผลประกอบการพิจารณาที่ชัดเจนแต่ละแนวทางที่ตัดสินใจ เพื่อสามารถนำไปชี้แจงได้
ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างเดินหน้าแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. …. คาดว่าจะเสร็จภายใน 1 เดือนนับจากนี้ไปและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ในช่วงสัปดาห์แรกเดือนพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งมีการทบทวนเรื่องโรงงานจำพวกที่ 3 ซึ่งเป็นโรงงานที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะตั้งโรงงานได้ว่าสมควรจะต้องมีแรงม้าขั้นต่ำกี่แรงใหม่









