ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) (BM) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก ได้แก่ รางเดินสายไฟฟ้า ตู้สื่อสาร ตู้ไฟฟ้า ตู้โลหะ และแผงควบคุมไฟฟ้ารวมถึงผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปอื่นๆจากโลหะตามความต้องการของลูกค้ารวมถึงจำหน่ายท่อร้อยสายไฟการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้เพื่อขยายกำลังการผลิต สร้างโรงงานใหม่และสั่งซื้อเครื่องจักร รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 3.57บาทสำหรับปี 2559
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- All-in-one คือจุดแข็งของบริษัท : บริษัทมีจุดแข็งในการจำหน่ายอุปกรณ์ครบวงจรกล่าวคือลูกค้าของบริษัทสามารถซื้อสินค้าโลหะต่างๆจากบริษัทโดยไม่ต้องไปซื้อชิ้นส่วนจากหลายที่มาประกอบกันเนื่องจากบริษัทมีเครื่องจักรที่หลากหลายทำให้มีสินค้าหลายแบบ รวมถึงบริษัทรับทำสินค้าตามความต้องการของลูกค้า(Customize Manufacturing)ซึ่งลูกค้าสามารถรับสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว จึงทำให้บริษัทมีคำสั่งซื้อจำนวนมากเข้ามาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่นิยมสำหรับลูกค้าที่ต้องการความครบวงจร
- ความต้องการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมีแนวโน้มเติบโตสูงผลักดันรายได้เติบโต : ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้ปี 59 ราว 950 ล้านบาทเติบโต 19%YoY จากการเติบโตของยอดขายเครื่องจักรกลการเกษตรหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงมาใช้มากขึ้นเห็นได้จากรถเกี่ยวข้าวที่มียอดขายในปี 58 กว่าหนึ่งหมื่นคันโดยบริษัทเป็นผู้จำหน่ายชิ้นส่วน อุปกรณ์และอะไหล่สำหรับรถเกี่ยวข้าวให้กับลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถเกี่ยวข้าวนำไปจำหน่ายในประเทศราว 20%และนอกประเทศราว80%อย่างไรก็ตามเราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทจะลดลงเล็กน้อยมาที่ 22% จาก 23%ในปีก่อนเนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นในปีนี้ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ราคาวัตถุดิบสูงขึ้นตามไปด้วย
- คาดกำไรปี 59-60เติบโตเฉลี่ย 22%และ 16% : ฝ่ายวิจัยคาดว่าหลังจากที่บริษัทขยายกำลังการผลิตในการมีโรงงานใหม่และสั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มจะช่วยให้บริษัทมีการประหยัดจากขนาดเนื่องจากเครื่องจักรใหม่สามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบริษัทจะเน้นระบบอัตโนมัติ (Automated) มากขึ้นซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแรงงานโดยคาดว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายของบริษัทมีแนวโน้มลดลงมาเหลือราว 9-10% จากปัจจุบันที่ 11% จึงทำให้ช่วงระยะเวลา 2-3 ปีนี้บริษัทมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิราว 83 ล้านบาทในปี 59 และ 96 ล้านบาทในปี 60 ซึ่งเติบโต 22% และ 16% ตามลำดับ
- การประเมินมูลค่าหุ้น : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 17 เท่าอิงการเติบโตค่าเฉลี่ยในระยะยาวโดยคาด EPS ปี 59 เท่ากับ 0.21ได้ราคาเหมาะสมปี 59 เท่ากับ3.57 บาท









