ทดสอบ 1,420
SET วานนี้อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากแรงขายกลุ่มพลังงานหลังจากราคาน้ำมันทรุดตัวลง ประกอบกับแรงขายตามสัญญาณเทคนิคแนวต้าน 1,420 จุด ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,414.96 จุด (-1.04 จุด) Vol. 4.6 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +139 ลบ. , Net TFEX +4,578 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ตลาดหุ้น DJ +42.67 จุด ตามราคาน้ามันที่ดีดตัวขึ้น รวมถึงผลประกอบการที่สดใสของบริษัทเอกชนสหรัฐ และยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐเดือนมี.ค. +5.1% สู่ 5.33 ล้านยูนิต
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นล่าสุด 43.7 USD/Barrel หลังสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด รวมถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันในและนอกโอเปกจะจัดการประชุมที่รัสเซียในเดือนหน้าเพื่อตรึงกำลังการผลิต
+ ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงิน 2.50 แสนล้านหยวน (3.87 หมื่นล้านดอลลาร์) เข้าสู่ตลาดเพื่อผ่อนคลายภาวะสภาพคล่องตึงตัว
+ ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นมี.ค.59อยู่ที่ 86.7 เพิ่มขึ้นครั้งแรกในช่วง 2 เดือนรับมาตรการรัฐ
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค.ของเยอรมัน -3.1%YoY ปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี
- กำไร Q1/59 ของกลุ่มธนาคารอ่อนตัวลงจากสินเชื่อที่ชะลอตัว และการตั้งสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้น
ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น รวมถึงแนวโน้ม Fund Flow ที่ยังไหลเข้าตามทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นแรงหนุนต่อภาวะตลาดในช่วงนี้ ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวขึ้นโดยมีแนวต้าน 1,420 จุด
** 21 เม.ย. ติดตามการประชุม ECB คาดคงอัตราดอกเบี้ยและ QE
** 21 เม.ย. ติดตามการจับสลากโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ 300 Mw
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำซื้อเก็งกำไรในกลุ่มที่มีประเด็นบวก
- กลุ่มพลังงาน ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นยืนเหนือ 43 USD/Barrel
- SOLAR EPCO IFEC SUPER GUNKUL SPCG PSTC TSE AKR จับสลากโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ 300 Mw
- TVO ราคาถั่วเหลือง +18% MoM ล่าสุด 1,012 USD/Tons
- STA TRUBB ราคายางพารา +47% YTD ล่าสุด 194 Yen/Kg
- IVL ราคาฝ้าย +14% YTD ล่าสุด 63.9 USD/Tons
- CPI VPO ราคาปาล์ม +30%YTD ล่าสุด 696 USD/Tons
- APURE ราคาข้าวโพด +12%MoM ล่าสุด 395 USD/Tons
- KSL KBS BRR ราคาน้ำตาล +10%MoM ล่าสุด 15.5 USD/Tons
- MTLS SAWAD GL KTC กลุ่ม Leasing ต้นทุนการกู้ยืมลดลงหลังจากธพ.ปรับลดดอกเบี้ย MLR ลง
- หุ้นที่คาดว่ากำไร Q1/59 เติบโต AOT BA AAV EPG CPF WORK SMT LPN PTG BJCHI
ประเด็นข่าวอื่น
- THAI เผย cabin factor ช่วง Q1/59 อยู่ที่ 78% เพิ่มขึ้นจาก 75% ในQ1/58
- SCI ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายบิ๊กล็อตจำนวน 40 ล้านหุ้น หรือ 5% ให้กองทุนจากต่างประเทศ 2 ราย
- JAS ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 29 เม.ย. เพื่อขออนุมัติซื้อหุ้นคืนหุ้นละ 5 บาท
- CPALL พร้อมลดสัดส่วนถือ MAKRO โดยการขายพีโอ หวังราคาเสนอขายเกิน 42 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าต้นทุนที่ถืออยู่ 39 บาท/หุ้น
- SSI เทรดวันสุดท้าย 26 เม.ย. ก่อนจะถูกแขวนป้าย SP ตั้งแต่ 27 เม.ย.
- KTP ยังคงดีลซื้อขายหุ้นกับ HKKW แต่เลื่อนกำหนดจากเดิมเม.ย.เป็นกลางปีนี้ เหตุอยู่ระหว่างจัดทำเอกสาร
หุ้นแนะนำพิเศษ
BANPU ราคาปิด 18.80 บาท ราคาพื้นฐาน 22 บาท
- คาดปี 2016 พลิกเป็นกำไร 1,510 ลบ. (+198% YoY) จากโรงไฟฟ้า BLCP และโรงไฟฟ้าหงสาทำการผลิตครบทั้ง 3 หน่วย ซึ่งจะชดเชยผลประกอบการของธุรกิจถ่านหินที่ปรับตัวลงตามภาวะตลาดที่ซบเซา
- ปรับลดการลงทุนในธุรกิจถ่านหินเพื่อเน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าสู่ 2.4 GW ในปี 63 โดยในปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ราว 1.63 GW (รวมโรงไฟฟ้าหงสาทั้ง 3 หน่วย)
- เตรียมนำ BANPU POWER (BPP) เข้าตลท.ในช่วง 2H59 ซึ่งจะช่วยชำระคืนเงินกู้แก่ BANPU ราว 400 ล้านดอลลาร์ และลดภาระดอกเบี้ยได้ราว 800 ล้านบาทต่อปี
หุ้นมีข่าว
- JAS (ราคาปิด 4.38 ซื้อเก็งกำไร) เก็งกำไรก่อนเปิดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 29 เม.ย.นี้ เพื่อขออนุมัติซื้อหุ้นคืนหุ้นละ 5 บาท วงการเงินชี้หลังซื้อหุ้นคืน ลุ้นนำหุ้น 1,200 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 16.82% มาลดทุน พร้อมแจงก.ล.ต.กรณีทิ้งไลเซนส์คลื่น 900 MHz ย้ำจ่าย 644 ล้านบาทเท่านั้น (ที่มา:ข่าวหุ้น)
- กกพ.มีมติปรับลดค่าค่า Ft งวด พ.ค.-ส.ค.59 ลง 28.49 สต./หน่วย โดยปัจจัยหลักคือต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลดลง
ความเห็น : ส่งผลลบต่อหุ้นที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ได้สัญญารูปแบบ Adder เนื่องจากราคาขายไฟต่อหน่วยจะลดลงตามค่า Ft นอกจากนี้ GPSC ก็ได้รับผลกระทบในทางลบเพราะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(SPP)ที่ขายให้แก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมซึ่งราคาต่อหน่วยจะปรับตัวลงตามค่า Ft
- BCP (ราคาปิด 30.75 ซื้อ ราคาเหมาะสม 36) เดินหน้าส่ง "บีซีพีจี" เข้าตลาดหุ้น กางแผนขายหุ้นไอพีโอรวม 600 ล้านหุ้น คาดเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3-4 ปีนี้ เร่งระดมทุนขยายธุรกิจทั้งในไทย-ต่างประเทศ
- KBANK (ราคาปิด 161 ซื้อ ราคาเหมาะสม 189) แจ้งไตรมาส 1/59 มีกำไรสุทธิ 9,646 ล้านบาท ลดลง 22%YoY แต่ดีกว่าคาด 27% เนื่องจากมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำกว่าคาด ขณะที่คชจ.สำรองหนี้สูญที่ 1.13 หมื่นลบ.สูงกว่าประมาณการ 25% โดยคิดเป็น 42% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.7 หมื่นลบ. ซึ่งผู้บริหารเคยชี้แจงว่าทิศทางการตั้งสำรองหนี้สูญในปีนี้จะสูงที่สุดในไตรมาสแรกและค่อยๆลดลงในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มปรับประมาณการใช่วงครึ่งปีหลัง
- CIMBT (ราคาปิด 1.20) แจ้งไตรมาส 1/59 มีกำไรสุทธิ 327.35 ล้านบาท +151%YoY กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.0132 บาท +113%
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ +42.67 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,096.27 จุด เพิ่มขึ้น 42.67 จุด หรือ +0.24% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,948.13 จุด เพิ่มขึ้น 7.80 จุด หรือ +0.16% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,102.40 จุด เพิ่มขึ้น 1.60 จุด หรือ +0.08%
เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน WTI ที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 42 ดอลลาร์/บาร์เรล นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสหรัฐ และรายงานยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐที่พุ่งเกินคาดในเดือนมี.ค.
ตลาดน้ำมัน NYMEX +1.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 42.63 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว








