วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คนร.' ยันพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแปรรูป

"เอกนิติ" ยืนยัน พ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแปรรูป เผยรับทราบความคืบหน้าแผนแก้ปัญหาของรัฐวิสาหกิจแล้ว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ว่า ในการประชุมคนร. รับทราบข้อกังวลใจเกี่ยวกับการจัดทำพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.... ที่มีการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เช่น ระบบการกำกับดูแลที่ดีที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุล ความเชื่อมโยงในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทฯ

นอกจากนี้ ยังให้ดำเนินการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ชัดเจนในเรื่องความรับผิดชอบของคณะกรรมการบรรษัทฯ การสร้างความสมดุลของรัฐ ผู้ถือหุ้นและพนักงานของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งเห็นควรให้มีการสร้างความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการจัดทำกฎหมายในครั้งนี้ ไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด แต่จะเป็นการร่างกฎหมายที่สร้างความสมดุลในการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

สำหรับผลการพิจารณาการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ โดย คนร.เห็นชอบแผนการดำเนินงานในอนาคตของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท จำกัด (มหาชน) ตามที่กระทรวงไอซีทีเสนอ โดยมีเป้าหมายให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท จำกัด (มหาชน) ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน โดยให้ ทีโอที เป็นผู้นำในการลงทุนโครงข่ายภายในประเทศ และกสท เป็นผู้รำการลงทุนโครงข่ายระหว่างประเทศ

ด้านกลุ่มธุรกิจอื่น เช่น IDC และ Cloud ให้มีการ Spin-off ธุรกิจไปดำเนินการร่วมกัน ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อกำกับให้ทีโอที และ กสท ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน และรายงานความคืบหน้าให้ คนร.ทราบต่อไป

ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คนร.ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาในไตรมาสแรก ที่ผ่านมาแล้ว และได้กำหนดตัวชี้วัดในปี 2559 ของการบินไทย ในเรื่องของกำไรจากการดำเนินการ การลดค่าใช้จ่าย การจัดการทรัพย์สินที่ไม่มีความจำเป็นต้องถือครอง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สามารถเทียบเคียงได้กับสายการบินชั้นนำ โดยเน้นให้เกิดความยั่งยืน และให้นำตัวชี้วัดข้างต้นไปกำหนดเป็นตัวชี้วัดคณะกรรมการ ผู้บริหาร และกระทรวงเจ้าสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ขณะเดียวกันคนร.ได้รับทราบการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของ ขสมก. ซึ่งได้มีการปรับแผนการจัดหารถโดยสาร 3,183 คัน โดยแบ่งเป็น การจัดหารถ NGV 489 คัน และรถไฟฟ้า 500 คัน และการปรับปรุงสภาพรถเดิม 672 คัน และใช้รถเดิม 1,522 คัน โดยในเรื่องของการจัดหารถไฟฟ้า 500 คัน ขสมก.จะเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ต่อไป ทั้งนี้ คนร.ได้กำหนดตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลคณะกรรมการ ผู้บริหาร ของ ขสมก. รวมทั้งกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องในเรื่อง 1.การจัดหารถโดยสารให้เป็นไปตามแผน 2.การลดผลขาดทุนระหว่างเดือน เมษายน-กันยายน นี้ให้ไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม-มีนาคม2559 และ 3.การปรับปรุงอู่จอดรถและการจัดทำแผนการเดินรถร่วมกับกรมการขนส่งทางบก

ด้าน รฟท. คนร.ได้รับทราบการดำเนินการตามข้อสั่งการ คนร.ในการแก้ไขปัญหาของ รฟท.ในปี 2559 และได้กำหนดตัวชี้วัดในเรื่อง 1.การส่งมอบพื้นที่ย่านมักกะสัน 2.การจัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และ ARL 3.การก่อสร้างรถไฟทางคู่ 4.การบริหารที่ดิน รฟท.โดยได้กำหนดให้ รฟท.ดำเนินการทยอยส่งมอบพื้นที่ย่านที่ส่งมอบให้กระทรวงการคลังโดยด่วน และให้รฟท.และกระทรวงคมนาคม ทำแผนงานโดยละเอียดในการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรฟท. ภายใน 30 วัน สำหรับโครงการ ARL ให้เอกชนเป็นผู้บริหารจัดการทั้งโครงการ