วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ขาย

กำไรไตรมาส 1/59 ตามคาด

กำไรไตรมาส 1/59 เป็นตามคาด

TISCO รายงานกำไรไตรมาส 1/59 ที่ 1.26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง 5% YoY และ 1% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและ Bloomberg คาดการณ์ ในทำนองเดียวกัน กำไรก่อนการตั้งสำรองอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY เป็นไปตามที่เราคาด กำไรไตรมาส 1/59 คิดเป็น 28% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2559 ที่ 4.5 พันล้านบาท

ประเด็นหลักผลประกอบการ

สินเชื่อลดลง 2.1% QoQ (ลดลง 8.3% YoY) เป็นไปตามที่เราคาด สำหรับสินเชื่อปี 2559 เราประมาณการว่าจะหดตัว 4% หากพิจารณาตามประเภทการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสแรก สินเชื่อรายย่อย (อย่างเช่นสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์) ลดลง 1.9% QoQ และสินเชื่อบรรษัทลดลง 2.8% QoQ สินเชื่อ SME ลดลง 3.7% QoQ เนื่องจาการชะลอตวลงของธุรกิเช่าซื้อและการจ่ายคืนเงินกู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับสุทธิไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น 74bps QoQ และ 12bps YoY ที่ 3.99% จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ YoY

TISCO ตั้งสำรองหนี้สูญ ที่ 981 ล้านบาทในไตรมาส 1/559 เพิ่มขึ้น 1% YoY และ 9% QoQ สะท้อนการจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในระหว่างไตรมาส การตั้งสำรองไตรมาส 1/59 ต่ำกว่าที่เราคาด 16% ที่ 1.2 พันล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้สินสุทธิลดลงที่ 3.07% ณ สิ้นเดือนมี.ค.2559 จาก 3.23% ณ สิ้นปี 2558 จากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น 89% ในระหว่างไตรมาส จาก 80% ณ สิ้นปี 2558 รายได้ค่าธรรมไตรมาส 1/59 ทรงตัว YoY และลดลง 6% QoQ ที่ 1.25 พันล้านบาท จากค่าธรรมเนียมการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงและธุรกรรมที่ลดลงของทั้งกองทุนรวมและการขายประกัน

แนวโน้ม

เรายังคงประมาณการสินเชื่อหดตัว 4% ในปีนี้ และยังคาดว่ากำไรไตรมาส 2/59 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY จากการตั้งสำรองที่ลดลงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เรายังคงประมาณการกำไรปี 2559 ที่ 4.5 พันล้านบาท

คำแนะนำ

เราไม่คาดว่าสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อบุคคลจะสามารถชดเชยการหดตัวของสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2559 ได้ จากการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มค่อนข้างล่าช้าในปีนี้ ซึ่งหมายถึง อาจมีความเสี่ยงต่อผลประกอบการของบริษัทจากสินเชื่อที่เติบโตน้อยลงกว่าคาด (ส่วนใหญ่จากสินเชื่อเช่าซื้อ) นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ค่อนข้างต่ำที่ 89% น่าจะหนุนให้ TISCO เร่งตั้งสำรองฯในครึ่งหลังของปี 2559 มากขึ้น ให้สูงกว่า 100% ณ สิ้นปี 2559 เรายังคงคำแนะนำ ขาย สำหรับ TISCO เราชื่นชอบ KKP เนื่องจาก มูลค่าที่ค่อนข้างถูกด้ว PBV ที่ต่ำเพียง 0.9 เท่า เทียบกับ PBV ของ TISCO ที่ 1.2 เท่า นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดูน่าสนใจที่ 7.2% เทียบกีบ TISCO ที่เพียง 5.4%