ช้าแต่แน่นอน - จังหวะเก็บหุ้นตอนราคาหุ้นปรับตัวช้ากว่ากลุ่ม
ประเด็นการลงทุน
เรามองเป็นโอกาสเข้าซื้อที่ดีในช่วงราคาหุ้นปรับตัวลดลง 3% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และ 13% ต่ำกว่าจุดสูงสุดในปีนี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2559 โดยเรามองว่าในข่วงเดือนที่ผานมาตลาดมีความกังวลต่อแนวโน้มอุปสงค์จากคนไข้ชาวตะวันออกกลางที่อาจหดตัวหลังราคาน้ำมันปรับลดลงมากตลอดช่วงทีผ่านมา โดยเมื่อเปรียบเทียบจากราคาหุ้นในกลุ่มการแพทย์นั้นปัจจุบัน BH มีมูลค่าระดับการซื้อขายช้ากว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ โดย BH ซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2559 ที่ 36.2 เท่า เมื่อเทียบกับ 42.5 เท่า ของ BDMS และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 38.1 เท่ามากเกินไป เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 250 บาท อิงค่า WACC ที่ 7.6% และ terminal growth rate ที่ 2.0%
ตลาดกังวลต่ออุปสงค์จากผู้ป่วยตะวันออกกลางมากเกินไป
ในเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BH ได้รับผลกระทบด้านลบจากความกังวลต่ออุปสงค์จากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่อาจจะลดลงในอนาคนหากคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) มีแนวโน้มปรับลดงบประมาณด้านการแพทย์ลง ซึ่งผู้ป่วยจากกลุ่มอ่าวอาหรับคิดเป็นสัดส่วน 19% ของรายได้การแพทย์ของ BH ซึ่งประกอบไปด้วย 7% จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6% จาก โอมาน 3% จากคูเวต และ 3% จากกาตาร์
ในมุมมองของเรา แม้ว่ากรณีหาก GCC ปรับลดงบประมาณการแพทย์ลงจริง จะมีผลกระทบต่ออุปสงค์ต่อผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางที่เดินทางมารักษาพยาบาลในไทยน้อยที่สุดเนื่องจากการแพทย์ของไทยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับศูนย์การแพทย์ประเทศอื่น ยกตัวอย่างเช่นเยอรมัน สิงค์โปร และมาเลเซีย (ดู Figures 3 และ 4 ที่แสดงค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ต่อหัวในแต่ละประเทศ) ทำให้เราคาดว่าจากงบค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่ลดลง ผู้ป่วยตะวันออกกลางจะหันมาใช้บริการศูนย์การแพทย์ที่ราคาเข้าถึงได้แต่มีคุณภาพดีอย่างประเทศไทย นอกจากนี้ที่สำคัญ เนื่องจาก BH เจาะตลาดตะวันออกกลางมาเป็นรายแรกแห่งประเทศไทยทำให้มีความสัมพันธ์อันดีมากต่อหน่วยงานผู้ป่วยตะวันออกกลาง ทำให้สัญญาส่วนใหญ่เป็นสัญญาของทางภาครัฐ ซึ่งไม่น่าจะปรับลดงบค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ลงในอนาคตเนื่องจากเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ
กระจายฐานลูกค้าสู่ตลาดอาเซียน
จากส่วนแบ่งรายได้ของผู้ป่วยต่างชาติต่อรายได้รวมที่ 65% นั้น BH ได้มีกระจายฐานลูกค้าสู่ตลาดอาเซียนมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในประเทศพม่าและกัมพูชา ที่ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 9% และ 4% ของรายได้รวมของ BH ตามลำดับ ทำให้กลยุทธ์การกระจายรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเพิ่มเติมจากตะวันออกกลางหนุนให้รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี ระหว่างปี 2553-58 ที่สูงเท่ากับ 17% โดยล่าสุดคลีนิกการแพทญ์ในย่างกุ้ง ประเทศพม่าที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค. 2559 ซึ่งคาดว่าจะหนุนจำนวนผู้ป่วยจากประเทศพม่าให้สูงขึ้นได้อีก
รายได้และกำไรหลักมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 1/59
เราคาด BH รายงานรายได้ธุรกิจการแพทย์ทำสถิติใหม่ในไตรมาส 1/59 ที่ 4.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY หนุนกำไรหลักแตะสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาสที่ 970 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น 1% YoY และ ก้าวกระโดดขึ้น 28% QoQ โดยเราประเมินอัตรากำไรหลักเชิงอนุรักษ์นิยมลดลง 0.8% YoY มาอยู่ที่ 21.2% ในไตรมาส 1/59 จากฐานที่สูงมากในไตรมาส 1/59 ที่ 22% สูงสดในกลุ่มรพ.ในไทย
ความเสี่ยงราคาหุ้นอ่อนตัวลงมีจำกัด
บริษัทแนะถึงรายได้การแพทย์มีแนวโน้มเติบโตอย่างชะลอตัวในปี 2559 ที่ราว 8-10% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 10-15% และประมาณการของเราที่ 11% ทั้งนี้ในกรณีที่ รายได้เติบโตเพียง 8% ในปี 2559 (กรณีที่แย่ที่สุด) เราประเมินความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรหลักของเราสำหรับปี 2559 อยู่ที่ 9% (กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 5 บาท) หรือ คิดเป็นค่า PER ปี 2559 ที่ 40 เท่า ซึ่งหากอิงค่า PER เฉลี่ยโรงพยาบาลทั่วโลกที่ 38 เท่า เราคำนวณว่าราคาหุ้นของ BH มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกจำกัดได้เพียง 5% เท่านั้น









