ปัจจัยก่ำกึ่งบวกด้วยวันหยุดยาว
คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบอีกในวันนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่น่าจะลุยหนักวันนี้ และบางคนอาจจะต้องการลดขนาดการลงทุนลงชั่วคราวด้วยซ้ำก่อนวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ ปัจจัยต่างประเทศก่ำกึ่งในขณะที่ตลาดคาดว่าผลประกอบการบริษัทสหรัฐไตรมาส 1 ที่กำลังจะเริ่มออกมาในสัปดาห์นี้จะไม่ดี แต่การที่ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น และดอลลาร์อ่อนค่ากลับดีต่อตลาดเกิดใหม่ ปัจจัยภายในประกาศวันนี้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันที่จะมีผลต่อตลาดโดยตรง
หุ้นเด่นวันนี้: LH(Bt9.15; NR; Bloomberg 16TPBt10)
เราเลือก LH เป็น Pick of the dayโดยคาดหวังรอรับปันผล รวมถึงกระแสเงินไหลเข้าหุ้นขนาดใหญ่LH มีกำหนดจะขึ้นเครื่องหมาย XD อัตราปันผล 0.35 บาทต่อหุ้น วันที่ 29 เม.ย.59 เป็นปันผลจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 2558 คิดเป็นอัตราปันผลตอบแทนเท่ากับ 3.8% และหากรวมกับปันผลจากผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรกที่จ่ายไปแล้ว 0.25 บาทต่อหุ้น จะคิดเป็นอัตราปันผลตอบแทนต่อปีเท่ากับ 6.6% หลังประกาศงบการเงินปี 2558 ที่ไม่สดใส โดยยอดขายในส่วนอสังหาริมทรัพย์ปี 2558 ลดลง 21.6% YoYเป็น 24,700 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 6% เป็น 7,920 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะมีรายได้จากการขายสินทรัพย์อื่นเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม LH ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปี 2559 ไว้ที่ 28,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% YoYทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงของ LH ยังมองว่าปี 2559 ไม่ได้เป็นปีที่แย่นักสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องด้วยมีมาตรการกระตุ้นของภาครัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม LH ได้ขยายขอบเขตการทำธุรกิจออกไปในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น และเจาะตลาดเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุดบริษัทก็ประสบความสำเร็จในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอพาทเมนท์ในสหรัฐฯ ซึ่งขายออกไปได้กำไรอย่างดี ในปีนี้มีแผนจะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนด้วย ปัจจุบันนักลงทุนให้ความคาดหวังต่ำต่อหุ้น LH หลังจากกำไรปรับตัวลงในปีก่อน แต่ล่าสุด Bloomberg Consensus คาดผลประกอบการไตรมาส 1/59 ว่า LH อาจจะบันทึกกำไรถึง 1,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 34% YoYซึ่งอาจทำให้มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ Consensus ทำไว้เพียง 7,400 ล้านบาทดังนั้นระดับค่า PER ปี 2559 ที่ 14.5 เท่าอาจจะลดลง หากมีการปรับกำไรในปี 2559 เพิ่มขึ้น เราจึงมองมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ LH ราคาเป้าหมายตาม Bloomberg Consensus อยู่ที่ 10 บาท มุมมองทางเทคนิค Price Pattern ของ LH มีความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะกลางจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Buy Signal แม้ว่าจะยังไม่กลับมาเกิด Monthly Buy Signal ครั้งใหม่ก็ตาม ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ LH ที่สามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือเป้าหมายแรกที่ 8.95 บาทไปได้แล้ว คาดว่าน่าจะเกิดการปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบเป้าหมายเบื้องต้นต่อไปที่ 9.90 บาท โดย LH มีจุด Stop Loss รอบนี้อยู่ที่ 8.80 บาทสำหรับแนวรับ-แนวต้านของ LH ในวันนี้เป็นดังนี้(Resistance: 9.25, 9.35, 9.50; Support: 9.10, 9.00, 8.85)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• การเติบโตของจีดีพีไทยยังเผชิญความเสี่ยง ธนาคารโลกได้ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้แม้ว่าจะเผชิญกับอุปสงค์ภายนอกประเทศที่อ่อนกำลังและความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศแต่น่าจะสามารถเติบโตได้ในระดับปานกลางที่ 2.5% จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการใช้จ่ายที่ดีขึ้น ธนาคารโลกยังกล่าวถึงการขับเคลื่อนศักยภาพเศรษฐกิจในปี 59-60 ว่ายังขึ้นอยู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่อเนื่องได้ที่ 2.6% YoYในปี 60 (Bangkok Post)
• การจดทะเบียนธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น จำนวนบริษัทจดทะเบียนธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 1% YoYเป็น 17,523 ในไตรมาส 1/59 ด้วยมูลค่าทุนจดทะเบียนทั้งหมด 2.8 หมื่นลบ. หรือเพิ่มขึ้น 57% YoYแม้ว่าจะเห็นจำนวนบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ภาครัฐยังมีมุมมองเชิงบวกว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 60,000-65,000 ราย จากการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของการท่องเที่ยว (Bangkok Post)
• กำหนดประมูล 4จี 27 พ.ค.รัฐบาลเตรียมใช้ ม.44 ของรัฐธรรมนูญระหว่างกาลเพื่อกำหนดวันประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ครั้งใหม่ในวันที่ 27 พ.ค. แทนที่จะเป็น 22 พ.ค. เพราะผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลสำคัญกล่าวว่าเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 22 พ.ค. นั้นจะทำให้ผู้เข้าประมูลหาแบงค์การันตีไม่ทัน การใช้ ม.44 นี้เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาซิม 2จี 900 เมกะเฮิร์ตซ์ดับ (Bangkok Post)
ต่างประเทศ
• ดอลลาร์ปรับตัวลดลงเทียบกับเงินเยนเมื่อวันจันทร์ และอ่อนค่าลงเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ภายใต้ความกดดันอย่างต่อเนื่องจากการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำตามคาด ทั้งนี้ ดอลลาร์สหรัฐลดลง 0.1% เทียบกับเงินเยนที่ระดับ 107.97 เยน ก่อนหน้านี้ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอยู่ที่ 107.64 เยน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนต.ค. 57 นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐได้ลดลง 3 สัปดาห์ติดต่อกันเทียบกับเงินเยน (Reuters)
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากความหวังที่มากขึ้นกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะแทรกแซงค่าเงินเยนช่วยหนุนให้มีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ราคาตราสารหนี้อายุ 2 ปีไม่มีความเคลื่อนไหวโดยมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 0.7027% ราคาพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปีลดลง 1/32 และอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.727% (Reuters)
สหรัฐ:
• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนรอดูการประกาศผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ ๆ ประจำไตรมาส 1/59 ซึ่งคาดว่าจะตกต่ำ มีการคาดการณ์ว่าผลกำไรของบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 จะลดลง 7.7% ในไตรมาส 1/59 จากข้อมูล IBES ของทอมสัน รอยเตอร์ส บ.อัลโค เริ่มต้นฤดูการประกาศผลประกอบการด้วยกำไรที่ลดลงและธนาคารต่าง ๆ ในสหรัฐจะรายงานผลประกอบการในอีก 2-3 วันข้างหน้า (Reuters)
• บ.อัลโครายงานกำไรรายไตรมาสลดลงเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำ ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นและการปิดโรงงานหรือการขายเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคาดว่าความต้องการอะลูมิเนียมจะเติบโตเร็วกว่าอุปทานในปีนี้ อัลโคได้ปรับลดแนวโน้มของยอดขายทั่วโลกปี 2559 สำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันจันทร์ปรับตัวสูงขึ้น จากการปรับตัวลดลงก่อนหน้านี้ด้วยแรงหนุนจากหุ้นธนาคารอิตาลีและหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ โดยหุ้นธนาคารอิตาลีปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่รัฐบาลอิตาลีเตรียมที่จะพิจารณาแผนการตั้งกองทุนเพื่อที่จะเข้าซื้อหนี้เสียและเพื่อจัดสรรเงินทุนสำรอง ขณะที่หุ้นกลุ่มวัสดุขั้นพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นตามราคาทองแดงที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ Dollar index ปรับตัวลดลง (Reuters)
เอเชีย:
• ดัชนีราคาผู้บริโภคจีนเดือน มี.ค. สูงขึ้นน้อยกว่าคาดโดยดัชนี CPI เดือน มี.ค. ขยายตัวเพียง 2.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวในเดือน ก.พ. ก่อนหน้า และทำให้ความกังวลว่าเงินเฟ้อจีนจะขยายตัวมากเกินไปนั้นได้ผ่อนคลายลง ส่งผลต่อเนื่องให้ตลาดเชื่อว่าจีนจะยังสามารถใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปได้ (Reuters)
• ค่าเงินดอลลาร์ฯ เทียบเยนเมื่อวันจันทร์ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน แม้ว่าญี่ปุ่นจะเปิดเผยว่าจะเข้าควบคุมค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนให้เคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมก็ตาม (Reuters)
• OECD เชื่อญี่ปุ่นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางค่าเงินในเชิงพื้นฐานได้ด้วยความเป็นค่าเงินที่ปลอดภัยในภาวะปัจจุบัน แม้ว่าจะพยายามเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนที่กำลังแข็งค่าในปัจจุบันก็ตาม (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมัน Brent แตะจุดสูงสุดรอบ 4 เดือนวันจันทร์ หนุนโดยตลาดที่แข็งแกร่ง ก่อนจะมีการประชุมผู้ผลิตน้ำมันในโดฮาวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย.นี้ เพื่อลดการผลิตน้ำมัน จากที่แตะจุดสูงสุดนับแต่ 7 ธ.ค.ในช่วงต้นวัน Brent ส่งมอบ มิ.ย. ปรับขึ้น 89 เซนต์ (+2.12%) ปิดที่ 42.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น 64 เซนต์ (+1.6%) ปิดที่ 40.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ราคาทองบวกสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์วันจันทร์ เตรียมมุ่งไปสู่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หนุนความเชื่อมั่นจากภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ราคาทองคำตลาดจรขึ้นไปถึง 1,258.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จุดสูงสุดนับแต่ 22 มี.ค. ก่อนที่จะย่อลงมาเล็นน้อยเหลือ 1,255.93 ดอลลาร์หรือบวก 1.3% ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ มิ.ย. บวก 1.1%(Reuters)
• ราคาทองแดงบวกวันจันทร์ ดีดกลับจากจุดต่ำสุดรอบ 6 สัปดาห์ในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากดัชนีดอลลาร์ร่วงลงและตัวเลขเงินเฟ้อจีนที่ออกมาอ่อนทำให้เกิดการเก็งกำไรว่าอาจมีการใช้นโยบายการเงินเพิ่มเติม ทองแดง 3 เดือนตลาด LME บวก 0.3% ปิดที่ 4,664 ดอลลาร์ต่อตัน สัปดาห์ที่แล้วลบไป 3.8% ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากสุดนับแต่สัปดาห์แรกของ ม.ค. (Reuters)









