วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ROBINS - ซื้อ

หุ้น Turnaround

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่า ROBINS เป็นหนึ่งในหุ้น Turnaround ที่ดีที่สุดภายใต้การให้คำแนะนำของเรา กลยุทธ์ใหม่ของบริษัทเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นและหนุนให้แนวโน้มการเติบโตกลับมาอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้นยังคงต่ำกว่ากลุ่มอยู่ค่อนข้างมาก แม้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18% ในเดือนที่ผ่านมา แต่ ROBINS ยังซื้อขายกันที่ PER ปี 2559 ที่ 22.8 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 27.1 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ที่ 60 บาท

กลยุทธ์ใหม่เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น

ในช่วงต้นปี 2558 บริษัทได้เริ่มดำเนินการแผนปรับปรุงบริษัทครั้งใหญ่ด้วย 2 กลยุทธ์หลัก คือ การปรับรูปแบบของสาขาและการยกเครื่องการนำเสนอสินค้า ด้วย 2 กลยุทธ์หลักดังกล่าว ยอดขายของสาขาเดิมเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 4/58 และยังเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 แม้ว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นของรัฐเหมือนในไตรมาส 4/58 ก็ตาม โดยหากยอดขายเติบโตต่อเนื่องในระดับนี้ไปตลอดทั้งปี บริษัทน่าจะบรรลุเป้าอัตราการเติบโตยอดขายของสาขาเดิมที่ 4% ได้ไม่ยากนัก อย่างไรก็ตามเรายังคงประมาณการอัตราการเติบโตยอดขายของสาขาเดิมไว้ที่ 3% ในปี 2559

สินค้าเอ็กคลูซีฟจากต่างประเทศหนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น

สินค้าเอ็กคลูซีฟจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยกเครื่องการนำเสนอสินค้า น่าจะมีบทบาทที่สำคัญที่ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว บริษัทตั้งเป้าขยายสัดส่วนสินค้าประเภทนี้เป็น 3% ของยอดขายในปี 2559 และเพิ่มเป็น 10% ในปี 2563 ด้วยการเพิ่มแบรนด์รวมถึงเพิ่มจุดจำหน่ายไปในสาขาต่างๆมากขึ้น โดยถ้าหากสัดส่วนของสินค้าเอ็กคลูซีฟเพิ่มขึ้นเป็น 3% ตามแผนในปีนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทจะขยายตัว 50bps อย่างไรก็ตาม เรามองว่าสัดส่วนดังกล่าวจะค่อยๆเพิ่มขึ้นแตะ 3% ในช่วงสิ้นปี 2559 ซึ่งจะมีผลให้สัดส่วนเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.25% ในปี 2559 ดังนั้นเราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวได้ 35 bps ในปีนี้ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้เดิมที่ 20 bps

ปรับเพิ่มกำไรและราคาเป้าหมาย

เราปรับประมาณการกำไรขึ้น 2% ในปี 2559, 4% ในปี 2560 และ 5% ในปี 2561 จากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (+12 bps ในปี 2559, +28bps ในปี 2560 และ +36bps ในปี 2561 จากสมมติฐานเดิม) เรายังเชื่อว่า กลยุทธ์ใหม่ของบริษัทน่าจะนำไปสู่แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการ terminal growth เป็น 2.5% จาก 1.5% มีผลให้ราคา DCF เพิ่มขึ้นจาก 50 บาท เป็น 60 บาท นอกจากนี้ เราเชื่อว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร เนื่องจากสมมติฐานหลักของเรา (อัตราการเติบโตยอดขายของสาขาเดิม 3%, อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 35bps) ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท (อัตราการเติบโตยอดขายของสาขาเดิม 4%, อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 50bps) โดยถ้าหากบริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย เราคาดปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีก 3% ในปี 2559