เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : พักฐาน
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะซึมลงหลุด 1400 จุด ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง หลังผู้นำซาอุดิอาระเบียประกาศจะไม่ลดกำลังการผลิต หากอิหร่านยังคงเดินหน้าเพิ่มการผลิตและส่งออกน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มจะกดดันตลาดได้ต่อ ประกอบกับตลาดไทยขาดปัจจัยใหม่ๆมาสนับสนุนและตลาดในภูมิภาคส่วนใหญ่เป็นลบในวันนี้ sentiment โดยรวมจึงค่อนข้างอ่อนแอ
แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1410 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
1. EPG target 16 (Theme ผลประกอบการรายงานออกมาดี)
• แนวโน้มงบปี 59 (period เม.ย.58-มี.ค.59) เติบโตต่อเนื่องและไตรมาสล่าสุด (ม.ค.59-มี.ค.59) คาดจะออกมาดีมาก โดยกำไรคาดจะโตกว่า 30%qoq และ 150%yoy
• ธุรกิจผ่านช่วง low season ไปแล้วและลุ้นคว้างานฉนวนกันความร้อนสำหรับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งจะเปิดประมูลเร็วๆนี้
• แผนเปิดตลาดเพิ่มในเออีซี ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มยอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้
• ปีนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการปิดโรงงานของ TJM ในจีน ทำให้ธุรกิจ ARK ของ EPG สดใสขึ้น
• ธุรกิจ AFC และ EPP ของ EPG จะได้ประโยชน์จากอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
2. STA target 14 (Theme ราคายางฟื้นตัว)
• ราคายางโลกเข้าสู่ช่วงร้อนแรงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน กำไรของ STA มี correlation เชื่อมโยงกับราคายางมากถึง 80% จึงได้ผลบวกอย่างสูง
• ตั้งแต่เดือน มี.ค.59 ประเทศไทยจะจับมือกับอินโดนีเซียลดการผลิตและส่งออกยางพาราจนถึง ส.ค.59 ซึ่ง 3 ประเทศรวมกันมียอดผลิตยางพารารวมเกือบ 70% ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก ดังนั้น การจับมือกันควบคุมปริมาณการผลิตจะมีผลให้ราคายางพาราปรับขึ้นต่อตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เป็นต้นไป
• ช่วงไตรมาส 2 หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าสู่ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ปริมาณ supply ยางพาราลดลงและหนุนราคายางพาราขึ้น
3. ASEFA target 7 (Theme การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน)
• กำลังจะย้ายฐานการผลิตจากบางบอนมารวมในเขตโรงงานใหม่ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 50% และลดต้นทุนด้านการขนส่ง
• คาดรายได้ปี 59 โต 20% ส่วน gross margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่
• เปิดสาขาใหม่ 10 สาขาไว้ให้บริการหลังการขาย ทำให้มีรายได้จากการให้บริการมาเสริม ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรกำไรข้างต้นสูงถึง 55%
• จำนวนงาน Backlog ในมือมากถึง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 59 นี้ และช่วยให้รายได้โตตามเป้า
• ข่าวการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลทั้งงานรถไฟฟ้า และการเชื่อมสายไฟลงใต้ดิน ช่วยหนุน sentiment นอกจากนี้ยังมีการประมูลงานภาคเอกชน ทั้งงาน data centers, 4G, และพลังงานทดแทน ซึ่งล่าสุด ASEFA ยื่นประมูลไป 2-3 พันล้านบาทและจะทยอยประกาศผลการชนะการประมูลในช่วงไตรมาส 2 นี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้น
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- กกร.ปรับเป้าเศรษฐกิจไทย คาดส่งออก ลดเหลือ 0-2% "จีดีพี" คงอัตราเดิมโต 3-3.5% เพราะท่องเที่ยวขยายตัว และอัดฉีดโครงการลงทุนภาครัฐ แนะ "สมอ." ปรับบทบาท ตัดหน้าที่ออกใบรับรองมาตรฐานให้เอกชนทำ เหลือเพียงการควบคุมและกำหนดมาตรฐาน
+ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารตัดสินใจเป็นผู้นำปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.15% เหลือ 6.375% ต่อปี เพื่อให้เศรษฐกิจและธุรกิจของลูกค้าเดินหน้า และยังส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้นด้วย ทั้งนี้การลดดอกเบี้ยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 2559 เป็นต้นไป
+ ที่ประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา จ.ขอนแก่น ซึ่งมีนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัทเอกชนใน จ.ขอนแก่น อีก 20 บริษัท ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า หลังจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเสนอรูปแบบการลงทุนในลักษณะกองทุนขอนแก่นพัฒนาเมือง หรือ KKTT แล้ว ก็จะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอจัดตั้งรูปแบบบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอนแก่นผนึกรัฐ-เอกชน ตั้งกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งเป้าหาทุน 4,000 ล้าน สร้างระบบขนส่งมวลชนรางเบา
- เพิร์คจัดอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชันในเอเชีย คะแนนไทยหล่นจากปีที่แล้วไปอยู่ที่ 7.67 จาก 6.88 เป็นรองทั้งฟิลิปปินส์-จีน-มาเลย์ ชี้คนไทยเชื่อมั่นรัฐบาลทหารปราบปรามทุจริต แต่มีการฟ้องร้อง-เอาผิดค่อนข้างน้อย ด้านสิงคโปร์รั้งอันดับ 1 ภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีสุด ขณะมาเลเซียคะแนนร่วงมากสุดในหมู่อาเซียน หลังผู้นำเจอเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชัน
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,737.00 จุด ลดลง 55.75 จุด หรือ -0.31%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (4 เม.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม และราคาน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ตลาดยังอ่อนแรงลงหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานประจำเดือนก.พ.ปรับตัวลงเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดดีดตัวขึ้น 18.67 จุด หรือ 0.30% ที่ 6,164.72 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 เม.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ และจากแรงซื้อเก็งกำไร หลังจากที่ตลาดปรับตัวลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว
- ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 40.89 จุด หรือ 0.25% แตะที่ 16,123.27 ซึ่งเป็นระดับปิดที่ต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเนื่องจากหุ้นกลุ่มส่งออกได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่า อย่างไรก็ตามตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวันจากตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ปิดร่วงลง 1.09 ดอลลาร์ หรือ 3% แตะที่ 35.70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ปีนี้ หลังจากมีสัญญาณว่า การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 17 เม.ย.ที่กาตาร์นั้น ที่ประชุมจะไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นการจำกัดน้ำมัน









