มูลค่าเพิ่มระยะยาวจากการเข้าซื้ออแวนติโฟรเซ่น ฟู้ดส์สัดส่วน 40%
ประเด็นการลงทุน
เราทำการปรับราคาเป้าหมายของ TU เพิ่มขึ้นอีก 3% (มาอยู่ที่ 23.25 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-63 จากการเข้าซื้อกิจการบริษัทอแวนติโฟรเซ่น ฟู้ดส์ จำกัดในสัดส่วน 40% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้ได้ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 1/59 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจหลักปัจจุบันที่ยังคงเติบโตดีและการรวมกิจการของรูเก้นฟิชเข้ามา 2 เดือน เราประเมินว่าการเรียกสินค้าทูน่ากระป๋องคืนในสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีประกันครอบคลุมสินค้าที่เสียหายเต็มจำนวน เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากธุรกิจหลักที่ยังคงเติบโตในเกณฑ์ดีและอัพไซด์ที่จะมาจากการเข้าซื้อกิจการใหม่ในช่วงปี 2559-63
ส่องกล้องไตรมาส 1/59—กำไรหลักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 20% YoY แต่เพิ่มขึ้น 58% QoQ ถ้าไม่รวมรายการอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% YoY แต่ลดลง 19% QoQ กำไรหลักที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ YoY เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ภาระดอกเบี้ยจ่ายและภาษีจ่ายที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่างมีนัยสำคัญจากอแวนติฟีดส์ เราคาดรายได้ไตรมาส 1/59 ที่ 3.18 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY (จากธุรกิจหลักเดิมที่เติบโต 9% และการรวมกิจการของรูเก้นฟิชเข้ามา 2 เดือนซึ่งคาดว่าจะเพิ่มรายได้ได้อีก 2%) แต่ลดลง 5% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น) เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.5% ในไตรมาส 1/59 เทียบกับ 13.8% ในไตรมาส 1/58 และ 15.7% ในไตรมาส 4/58 เนื่องจากค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นถ้าเทียบค่าเงินบาทในไตรมาส 1/59
ถึงแม้ว่าภาวะการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ จะยังคงรุนแรงต่อเนื่อง แต่เราคาดว่ามาร์จิ้นของชิคเก้นออฟเดอะซี (COSI) จะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/59 เนื่องจากการลดต้นทุนการดำเนินงาน การหยุดผลิตสินค้าที่สู้คู่แข่งไม่ได้ และการเน้นการเพิ่มนวัตกรรมผลิตสินค้าใหม่ๆ เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ MWB จะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 1/59 ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปจะชะลอตัวลงจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ยอดส่งออกกุ้งจากไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1/59 เนื่องจากผลผลิตกุ้งของอุตสาหกรรมโดยรวมที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของรายได้จากการขายในประเทศยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 เนื่องจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง
ราคาปลาทูน่าเดือนมี.ค. 2559 เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดชั่วคราว
ราคาปลาทูน่าสคิปแจ็คปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,600 เหรียญต่อตันในเดือนมี.ค. 2559 หรือเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 37% MoM (เทียบกับ 1,170 เหรียญต่อตันในเดือนก.พ.) เนื่องจากอุปทานที่ขาดแคลนในช่วงระยะสั้น ซึ่งเกิดขึ้นจากปัญหาที่ยังคงตกลงไม่ได้ในเรื่องการขายสิทธิน่านน้ำทะเลระหว่างสหรัฐฯ กับกลุ่มประเทศพีเอ็นเอซึ่งประกอบไปด้วยประเทศภาคีสนธิสัญญา 8 ประเทศซึ่งควบคุมอุปทานปลาทูน่าคิดเป็น 25-30% ของอุปทานปลาทูน่าในตลาดโลก และคิดเป็น 60% ของอุปทานปลาทูน่าในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคตะวันตกและแปซิฟิคตอนกลาง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขไปแล้ว ดังนั้นเราจึงคิดว่าราคาปลาทูน่ามีแนวโน้มเข้าสู่ระดับปกติในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เรายังคงประมาณการราคาปลาทูน่าในกรอบ 1,000-1,500 เหรียญดอลลาร์/ตันสำหรับในปี 2559 เนื่องจากอุปทานปลาทูน่าส่วนเกินที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนเรือประมงจับปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากประเทศจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการอแวนติ โฟรเซ่น ฟู้ดส์สัดส่วน 40%
การเข้าซื้ออแวนติ โฟรเซ่น ฟู้ดส์ (AFFPL) ในสัดส่วน 40% จะหนุนให้กลุ่มบริษัท TU มีการกระจายการเข้าถึงแหล่งผลิตกุ้งที่มากขึ้น รวมถึงการขยายกำลังการผลิตกุ้งของทั้งกลุ่มบริษัท และการขยายตลาดในประเทศอินเดียและตลาดส่งออกไปสู่ประเทศจีน (ซึ่งประเทศจีนได้กลายมาเป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลสุทธิ ณ ตอนนี้) นอกเหนือไปจากตลาดส่งออกปัจจุบันของ AFFPL ซึ่งได้แก่ ประเทศสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น ภายใต้สมมติฐานของการเพิ่มกำลังการผลิตของ AFFPL อีก 50 ตัน/วันในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เราประเมินว่าการเข้าซื้อกิจการ AFFPL ในสัดส่วน 40% จะส่งผลให้กำไรสุทธิของ TU เพิ่มขึ้นอีก 45 ล้านบาทในปี 2559 (หรือเพิ่มขึ้นอีก 0.8% ของกำไรสุทธิรวมของ TU ในปี 2559) และเพิ่มขึ้นอีก 110-122 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2560-2562 (หรือเพิ่มขึ้นอีก 1.5-1.7% ของกำไรสุทธิรวมของ TU ในช่วงปี 2560-62)









