เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่มพลังงานปลายน้ำ สื่อสาร อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เสี่ยงต่อการพักฐาน/แนะทยอยขายทำกำไร
ตลาดไทยเมื่อวานขยับขึ้นชัดเจนด้วยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติกว่า 8.5 พันล้านบาท สำหรับวันนี้ SET Index จะยังคงได้แรงหนุนจากการที่นางเจเนต เยลเลน ยืนยันจะยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาตินำเงินมาลงทุนในเอเชียมากขึ้น นอกจากนี้ วันนี้ยังเป็นวันสุดท้ายของการทำ window dressing จึงน่าจะมีแรงซื้อจากสถาบันมาช่วยหนุนได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เราแนะนำทยอยขายทำกำไรขณะที่ดัชนีอยู่เหนือ 1400 จุด เนื่องจาก SET Index มี valuation ที่แพงกว่าตลาดเพื่อนบ้านและ upside มีจำกัด จึงมีความเสี่ยงต่อการพักฐานโดยเฉพาะก่อนช่วงวันหยุดยาวในเดือนหน้า สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อหุ้น แนะนำรอจังหวะดัชนีย่อลงเพื่อเข้าเก็บหุ้น defensive ปันผลสูงเป็นหลัก
แนวรับ/แนวต้าน : 1380/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นปันผลสูงในกลุ่มพลังงานปลายน้ำ สื่อสาร อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
1) DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59
2) THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าลงและการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%
3) PS (34) : บริษัทฯ จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%
4) CPF (30) : เราคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งจาก 1,200 ล้านบาทในปี 58 มาอยู่ที่ 6,000 ล้านบาทในปี 59 ด้วยปัจจัยหนุนจากสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการที่ดีขึ้น, ผลผลิตไก่และหมูที่ลดลงซึ่งจะช่วยทำให้ราคาขายสูงขึ้น, ธุรกิจกุ้งและโรงงานผลิตไก่ที่ประเทศตุรกีที่ฟื้นตัวขึ้นหลังประสบผลขาดทุนในปี 58 และกำไรพิเศษ 1,500 ล้านบาทจากบริษัทไก่ในรัสเซียคือ S&W ที่ทาง CPF เข้าซื้อกิจการในเดือน ธ.ค.58 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 4%
5) SCC (630) : ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเคมีภัณฑ์จะช่วยหนุน bottom-line จนถึงปี 61 เป็นอย่างน้อยหนุนจากซัพพลายที่ตึงตัว (ซัพพลายเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า) นอกจากนี้ Chandra Asri cracker ซึ่งเป็นโรงผลิตด้านเคมีภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียที่ SCC ถือหุ้นอยู่ 30% จะเสร็จสิ้นขั้นตอน debottlenecking ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต cracker ขึ้น 43% อยู่ที่ 1.3 ล้าน tpa ประกอบกับความต้องการซีเมนต์ที่มากขึ้นในภูมิภาคและโรงผลิตซีเมนต์ใหม่ที่ประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มกำไรหลักในปี 59 ขึ้น 17% และเราคาดว่า dividend yield ในปี 58 จะอยู่ที่ 4%
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ รัฐบาลเร่ง "พีพีพี ฟาสต์แทรค" 5 โครงการ รถไฟสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายต้องสรุป ภายใน เม.ย.นี้ ขณะคมนาคมลงนามจ้าง ผู้รับเหมาสายสีแดง สัญญา 3 คาดเปิดบริการได้ปี 2562 ด้าน ร.ฟ.ท.ชงประกวดราคารางคู่ 4 เส้นทางในปีนี้
- นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ประเมินว่าแนวโน้มการส่งออกสินค้าไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้จะติดลบสูงถึง 5.86% สูงกว่าตัวเลขเดิมที่คาดการณ์ว่าจะติดลบ 4.5-5% โดยในเดือน มี.ค. คาดว่าการส่งออกจะกลับมาติดลบ 5% จากเดือน ก.พ.ที่ขยายตัวเอกชนกุมขมับส่งออกลบหนักเศรษฐกิจโลกยังขาลง
+ โฆษณาดิจิทัลโตต่อเนื่อง คาดปีนี้เกือบ "หมื่นล้าน" โต 23% ปัจจัยผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียกว่า 30 ล้านราย กระตุ้นสินค้าอุปโภคบริโภค แห่เทงบโฆษณา ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นช้า สินค้ารัดเข็มขัดงบสื่อสารการตลาด หันพึ่งสื่อดิจิทัลดันยอดขาย "เฟซบุ๊ค-กูเกิล" แพลตฟอร์มยอดนิยม กลุ่มสื่อสารแชมป์โฆษณา
+ "อุตตม" เผยรัฐพร้อมหนุน 4จี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ก้าวสู่ฮับอาเซียน ยันไม่ยุ่งเกี่ยว กสทช. ประมูลคลื่น 900 รอบใหม่ มิ.ย.นี้ เชื่อจัดการปัญหาได้ "เศรษฐพงค์" เผยรอบอร์ดคิดค่าเสียหายแจส เคาะราคาประมูลรอบใหม่วันนี้ "เอไอเอส" เปิดทางลดราคาไลเซ่นส์ที่ทรูจ่ายแล้ว หวังเกิดการแข่งขัน ทุกรายอยู่รอด
- นางลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส ประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโต 3% ลดลง 3.5% ที่คาดไว้เดิม โดยการลงทุนภาครัฐต้องเป็นพระเอก มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผน 20 โครงการ มูลค่า 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีการเบิกจ่ายงบราว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2559 รวมทั้งการเมืองต้องสงบ มีการเลือกตั้งในปี 2560
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,716.66 จุด เพิ่มขึ้น 83.55 จุด หรือ +0.47%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค. โดยปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกัน 4 วันทำการ
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 97.27 จุด หรือ 1.59% ที่ 6,203.17 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 2 สัปดาห์คืนนี้ (30 มี.ค.) โดยดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. จากการพุ่งแรงของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่
- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 224.57 จุด หรือ 1.31% แตะที่ 16,878.96 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ปิดบวก 4 เซนต์ หรือ 0.1% แตะที่ 38.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ทำสถิติปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ หลังจากมีรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า การผลิตน้ำมันจากอิหร่านจะไม่ทำให้เกิดภาวะปริมาณน้ำมันล้นตลาดรุนแรงอย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้








