มั่นใจปีนี้เทิร์นอะราวด์
ประเด็นการลงทุน
หลังจากช่วงเวลาที่ค่อนข้างยากลำบากสำหรับบริษัทในปีที่ผ่านมา ราคาไก่และราคาสุกรที่ปรับตัวลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอุปทานส่วนเกินที่เกิดขึ้น เราเชื่อว่าผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2558 ปีนี้เราคาดว่าบริษัทจะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ จากภาวะอุปทานล้นตลาดของไก่ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงและการบริหารจัดการลดต้นทุนในการผลิต นอกจากนี้การเติบโตในอนาคตของบริษัทยังมาจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปรุงสุกมากขึ้น และการขยายไปตลาดต่างประเทศโดยเน้นสัดส่วนการส่งออกมากยิ่งขึ้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
ลืมภาพการขาดทุนในปีที่แล้วและมองไปข้างหน้า
การขาดทุนในปี 2558 มาจากราคาไก่ที่ลดลง (35.98บาท/กิโลกรัม เทียบกับ 40.84บาท/กิโลกรัม ในปี 2557) และราคาสุกรที่ลดลงเช่นเดียวกัน (60บาท/กิโลกรัม ลดลงจาก 70บาท/กิโลกรัมในปี 2558) แต่สำหรับปีนี้ประเด็นทั้งราคาไก่และสุกรน่าจะฟื้นตัวได้ สำหรับในไตรมาส 1/59 เรามองว่าบริษัทยังคงมีขาดทุนหลักอยู่ประมาณ 120 ล้านบาท หรือขาดทุนน้อยลง 77% YoY และ 53% QoQ โดยขาดทุนน้อยลงจากราคาหมูที่ฟื้นตัวจากปีที่แล้ว, ราคาต้นทุนวัตถุดิบข้าวโพดที่ลดลงและราคากากถั่วเหลืองที่ค่อนข้างคงที่ อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากความพยายามลดต้นทุนของบริษัท นอกจากนี้เทศกาลตรุษจีนยังช่วยหนุนให้ราคาไก่และราคาสุกรปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 1/59 โดยเราคาดว่าราคาไก่จะอยู่ที่ 35.6บาท/กิโลกรัม (ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ) และราคาสุกรอยู่ที่ 59.7 บาท/กิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 1% QoQ) ในไตรมาส 1/59
แผนการเทิร์นอะราวด์ที่ 1—การบริหารต้นทุน
กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในปีนี้คือแผนการลดต้นทุนซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยประกอบไปด้วย การปรับสูตรอาหารสัตว์ การลดสัดส่วนของวัตถุดิบในประเทศบางประเภทอย่างเช่น ข้าวโพด ซึ่งขาดว่าราคาในปีนี้จะปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะภัยแล้ง, ปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงผลิตอาหารสัตว์, เจรจาลดผลประโยชน์กับเกษตรกรตามพันธะสัญญาอย่างเช่นค่าสนับสนุนการขนส่ง และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ โดยภาพรวมแล้วบริษัมตั้งเป้าจะลดต้นทุนการผลิตไก่ลงเหลือ 36-37 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับ 40 บาท/กิโลกรัมในปี 2558
แผนการเทิร์นอะราวด์ที่ 2-ขยายฐานรายได้
บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% ในปีนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามการประมาณการของเรา บริษัทวางแผนเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาไก่ในประเทศ โดย 1) เพิ่มปริมาณส่งออกเป็น 32,000 ตัน (เพิ่มขึ้น 255% YoY) 2) ร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นเพื่อขยาย ตลาดในต่างประเทศ 3) เพิ่มกำลังการผลิตเนื้อหมูจาก 45,000 ตัว/เดือนเป็น 54,000 ตัว/เดือน และ 4) เพิ่มยอดขายอาหารสัตว์เป็น 16.5 หมื่นตัน/เดือน (เพิ่มขึ้น 83% YoY) เรายังคงประมาณการกำไรหลักที่ 897 ล้านบาทในปี 2559 เราคาดราคาไก่จะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเป็น 42 บาท/กก. ในปีนี้ (เพิ่มขึ้น 17% YoY) และคาด ราคาสุกรมีชีวิตกลับขึ้นมา 13-16% ที่ 68-70 บาท ในปี 2559 จากการบริโภคที่ฟื้นตัวและปริมาณอุปทานที่ตึงตัว
แผนการเทิร์นอะราวด์ที่ 3 - อัพไซด์จากการเพิ่มมูลค่า
โรงงานไส้กรอกไก่จะเปิดดำเนินงานในเดือนเม.ย. เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับโครงไก่ บริษัทยังวางแผนเพิ่มช่องทางการขายผ่านภัตตาคารและเพิ่มยอดขายสุกรชำแหละผ่านทางเทสโกโลตัส นอกจากนี้ยังมีการเจรจาเพื่อเข้าร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นเพื่อผลิตอาหารสำเร็จรูป และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในอนาคตคือการเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหมูและอาหารสัตว์เลี้ยง









