ม.หอการค้า เตรียมปรับประมาณการณ์จีดีพีใหม่ช่วงเดือน เม.ย. ชี้มีแนวโน้มต่ำกว่า 3% จากปัจจุบันที่ 3-3.5% หลังภัยแล้งรุนแรง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในเดือน เม.ย. นี้ จะมีการปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ในปีนี้ใหม่ซึ่งเริ่มเห็นแนวโน้มว่าจะต่ำกว่า 3% จากปัจจุบันที่ 3-3.5% เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ส่วนการประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบล่าสุดของรัฐบาลทั้งจากโครงการบ้านประชารัฐ 70,000 ล้านบาท ที่คาดว่าจะช่วยกระจายรายได้ และการจ้างงานไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ส่งผลต่อกลุ่มผู้รับเหมาในพื้นที่ต่างๆให้เกิดการกระจายเงินสู่ระบบ
นอกจากนี้ยังมีมาตรการที่อยู่ระหว่างการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณา ทั้งมาตรการแจกเงินให้กับข้าราชการวงเงินประมาณ 15,000 ล้านบาท และมาตรการกิน-เที่ยวลดหย่อนภาษีประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท รวมทั้ง3 มาตรการทั้งสิ้นกว่า 100,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า มีกลุ่มตัวอย่างกว่า 51.3% เห็นด้วยที่จะลดวันเล่นน้ำสงกรานต์จากเดิม เนื่องจากเกิดภาวะภัยแล้ง เพื่อลดการใช้น้ำ และไม่มีน้ำในพื้นที่ภัยแล้ง ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่าง 48.7% ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นเทศกาลท่องเที่ยวระดับโลก เป็นการสร้างความสามัคคีในชุมชน เป็นต้น
ส่วนเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ว่า ขณะนี้ยังไม่พบผลกระทบต่อการค้า และตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนยังไม่ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับต่ำ นอกจากนี้ในตลาดหุ้นยังได้รับอานิสงส์จากการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ขณะที่ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวที่ 1,220-1230 ดอลลาร์ต่อบาเรล
"ตอนนี้นักลงทุนไม่ได้ตกใจ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้ตกต่ำรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามเราก็พร้อมที่จะติดตามในระยะต่อไปโดยเฉพาะภาคการค้า เนื่องจากอาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยได้"นายธนวรรธน์ กล่าว









