"รมว.พาณิชย์" หารือ "ทูตเยอรมณี" เชิญชวนให้เอกชนเข้ามาตั้งฐานการผลิตสินค้าไทยเพื่อเชื่อมโยงเออีซี-จีน-อินเดีย
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายเพเทอร์ พรือเกิล เอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคาราวะว่า ไทยได้เชิญชวนฝ่ายเยอรมนีให้มาลงทุนที่ไทยเพิ่มขึ้นโดยให้ไทยเป็นฐานการลงทุนไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ เนื่องจากปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเร่งยกระดับโครงสร้างเครือข่ายการคมนาคมขนส่งที่เน้นการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ใหม่ทั่วประเทศรวมทั้ง เส้นทางถนนต่างๆเพื่อเชื่อมโยงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน10 ประเทศ รวมถึง จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ของโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อไทยและนักลงทุนเยอรมนี
“เอกอัครราชทูตเยอรมนี ฯได้เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและชื่นชมการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ที่ล่าสุดได้ปรับปรุงประเภทธุรกิจบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ. 2542 โดยกำหนดให้คนต่างด้าวที่ต้องการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ธุรกิจสำนักงานผู้แทนธนาคาร ธุรกิจประกันชีวิต และธุรกิจประกันวินาศภัยไม่ต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะเรื่องดังกล่าวเยอรมนีมองว่าจะเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนเยอรมนีเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่าจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปภาคการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอย่างครบวงจรซึ่งจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งการเรียนรู้องค์ความรู้จากนโยบายเกษตรร่วมของสหภาพยุโรป ทั้งนี้เยอรมณีมีความเชี่ยวชาญเรื่องการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยกำลังให้การสนับสนุน
ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญที่สุดประเทศหนึ่งของไทยโดยในปี 58 เยอรมนีเป็นคู่ค้าอันดับ 13 ของไทย เป็นคู่ค้าอันดับ 1ของไทยในสหภาพยุโรป มีมูลค่าการค้ากว่า 9,834.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐและเยอรมนีลงทุนในไทยมากเป็นอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอียู รองจากลักเซมเบิร์ก,เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร








