CK ซื้อ, IRPC ซื้อ, EPG ซื้อ, TFG ซื้อ
CK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 34.00 บาท
CK : แม้โครงการเมกะโปรเจกต์ถูกคาดว่าจะส่งต่อส่วนแบ่งไปยังรายได้ของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างและผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2559 แต่ CK นั้นคาดว่าจะดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีทั้งปีในปี 2559 จากส่วนแบ่งผลกำไรจากทั้งบริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 7% ในปีนี้ขณะที่ผลการดำเนินงานหลักในปี 2559 จะพุ่งขึ้นมากกว่า 200% โดยหลักมาจากส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทย่อยซึ่งได้แก่ BEM และ CKP คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 34.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
IRPC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 5.70 บาท
IRPC : นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เผยว่า ขณะนี้โครงการใหญ่ UHV (โครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์) เริ่ม Commissioning (ทดลองเดินเครื่อง) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับส่งผลบวกต่อบริษัททันทีตั้งแต่เดือน เม.ย. 2559 เป็นต้นไป สำหรับโครงการ UHV มีมูลค่างานลงทุนรวมราว 34,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างรวม 3 ปี นับเป็นโครงการใหญ่ภายใต้แผนฟีนิกซ์ที่ช่วยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ IRPC มีศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เบื้องต้นคาดจะช่วยเพิ่ม GIM (กำไรขั้นต้นจากการผลิตรวมของกลุ่ม) ได้อีกระดับ 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือคิดเป็นเงินราว 2,000-4,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
EPG ซื้อ Consensus 16.00 บาท
EPG : ดร. ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 (ม.ค.-มี.ค. 2559) จะอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากทุกกลุ่มสินค้ามีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมงวดปี 2559 (เม.ย. 2558- มี.ค. 2559) จะทำรายได้โตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 25-30% หรือราว 8,700-9,000 ล้านบาท มากกว่างวดปีก่อนที่มีรายได้ 7,184 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทมีความพร้อมที่จะรุกตลาดเออีซี (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) เต็มรูปแบบ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่มสินค้า เข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศเออีซีเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมา EPG มียอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนคิดเป็น 5% ของยอดขายทั้งหมด แต่หลังจากการเข้าบุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 10% (ข่าวหุ้น)
TFG ซื้อ Consensus 2.40 บาท
TFG : นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทมั่นใจผลการดำเนินงานในปีนี้ น่าจะมีโอกาสพลิกกลับมากเป็นบวกได้ แม้ในปี 2558 ที่ผ่านมาจะขาดทุนก็ตาม โดยได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และเชื่อว่าราคาไก่และสุกรได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว คาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 15% จากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 17,300 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป อีกทั้งจับมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกและเตรียมขยายตลาดไปยังมาเลเซียเพิ่มเติมด้วย โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเป็น 20% เมี่อเทียบกับปี 2558 อยู่ที่ 8% ของรายได้รวม (ข่าวหุ้น)









