คาดกำไรปี 59 เติบโตต่อเนื่อง10%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- กำไรปี 58 เติบโต 6%ดีกว่าคาด 2% : ปี 58 ยอดขายเติบโต 9%เป็น 5.25 หมื่นล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ย 5 ปีเท่ากับ 16.7% จากการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง ปี 58 เปิดสาขาโฮมโปร 5 สาขา เมกาโฮม 3 สาขาและสาขาที่ประเทศมาเลเซีย 1 แห่ง อัตรากำไรขั้นต้นปรับลงเล็กน้อยจาก 26% ในปี 57 เหลือ 25.7% จากส่วนผสมของสินค้าเฮาส์
แบรนด์ลดลงเหลือ 19.1% จาก 20.5% ในปี 57 และสาขาเมกาโฮมที่เป็นการขายส่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าโฮมโปรที่เป็นการขายปลีก นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการเปิดสาขาที่มาเลเซียทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.3% จาก 23.1% ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 17%YoYจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 58 ที่เกือบ 3,500 ล้านบาท เติบโต 6% ต่ำกว่าอัตราการเติบโตของยอดขายที่ระดับ 9% แต่ดีกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยเล็กน้อย 2%
- บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องอย่างระมัดระวัง : สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ต่างจังหวัดยังกดดันกำลังซื้อต่อเนื่องในปีนี้ทำให้แผนการเปิดสาขาใหม่เน้นความระมัดระวังและต้องตอบโจทย์นโยบายการขยายการลงทุนสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 59 บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่เพิ่มทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 9-10 สาขา แบ่งเป็นสาขาโฮมโปร 5 สาขารวมเป็น80 สาขาสาขาเมกาโฮม 3-4 สาขาเพื่อเพิ่มเป็น 10-11 สาขา และสาขาในมาเลเซีย เพิ่มอีก 1 สาขา รวมเป็น 2 สาขาภายในปลายปีไตรมาสแรกเปิดสาขาโฮมโปรแล้ว 1 แห่งที่ถ.ราชพฤกษ์และเปิดไลน์สินค้าใหม่ให้เข้ากับไลฟสไตล์ของผู้บริโภคโดยเปิดตัว “BIKE CLUB” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี
- คงประมาณการตามเดิมที่คาดกำไรปี 59เติบโตต่อเนื่องราว10% : แนวโน้มรายได้ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้จากการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่องผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์รายได้ปี 59 ราว 5.8หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 12%ด้านอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากการเพิ่มส่วนผสมของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์และสาขาเมกาโฮมเริ่มมีกำไรเนื่องจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นจนถึงจุดคุ้มทุนและคาดจะล้างขาดทุนสะสมได้หมดในปีนี้ ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น 25.8% ปรับดีขึ้นจากปี 58 เล็กน้อยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 59ตามเดิมที่ราว 3.8 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 10% ทั้งนี้การจัดงานโฮมโปรเอ๊กซ์โปครั้งที่ 23 ระหว่าง 11 – 20 มี.ค. 59 จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกซึ่งคาดการณ์อยู่ที่ราว 766 ล้านบาทเติบโต 4%YoYแต่ลดลง 33%จากระดับสูงสุดรายไตรมาสในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว
- คงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเหมาะสม 8.80 บาท : ราคาเหมาะสมซึ่งอิงProspect PER ที่ระดับ30 เท่าได้เท่ากับ 8.80 บาทมี upside จากราคาปิดล่าสุด 10% ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER ระดับ 27 เท่าต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยสูงถึง 36 เท่าในปี 55แสดงถึงความเสี่ยงขาลงค่อนข้างต่ำ ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ“ซื้อ” ทั้งนี้ปี 58 จ่ายปันผลเป็นเงินสดปีแรก (ปี 52 – 57 จ่ายเป็นหุ้น) payout ratio สูงถึง94% จ่ายระหว่างกาล 0.10 บาทเงินปันผลครึ่งปีหลังจ่ายอีก 0.15 บาทyield ทั้งปีเท่ากับ 3.1% กำหนด XD 12 เม.ย.59
วันจ่าย 29 เม.ย.59








