วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ROBINS - ซื้อ

ปรับกลยุทธ์ลดเปิดสาขาใหม่ และเน้นเพิ่มอัตรากำไร

จากที่ประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแผนการเติบโตระยะยาวในช่วงปี 2016-2020 แม้บริษัทปรับลดแผนการเปิดสาขาใหม่จากอดีตปีละ 4-5 สาขา เป็น 2-3 สาขา และหันมา Renovate สาขาเก่าเพื่อปรับปรุงเพิ่มพื้นที่สำหรับสินค้าในกลุ่ม Private Brand และ International Brand ที่มีอัตรากำไรสูงและยังมีฐานต่ำ รวมถึงได้รับการตอบรับค่อนข้างดีโดยเฉพาะฐานลูกค้าในต่างจังหวัด ทำให้ล่าสุดแนวโน้ม SSSG 1Q16 ยังฟื้นตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้คาดเห็นพัฒนาการของอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ร่วมกับรายได้ค่าเช่าที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2016 ขึ้น 4.5% เป็นการเติบโต 19.6% Y-Y จากเดิมคาดโต 14.4% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2016 เป็น 56 บาท จากเดิม 54 บาท (อิงวิธี DCF) ยังมี Upside 21.7% คงคำแนะนำ ซื้อ และยังเป็น Top Pick ของกลุ่มร่วมกับ HMPRO 

แม้รายได้ปี 2015 ไม่สดใส แต่กำไรโตได้ดีกว่าเพราะค่าเช่าและบริษัทร่วม : บริษัทมีกำไรสุทธิ 4Q15 ค่อนข้างน่าประทับใจทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 701 ล้านบาท (+76.6% Q-Q, +17.8% Y-Y) โดยมี SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 3.1% Y-Y จาก -4% Y-Y ใน 3Q15 ทำให้ทั้งปี 2015 มี SSSG ติดลบราว -2.1% Y-Y กอปรกับการเปิดสาขาใหม่รวม 4 แห่ง แม้จะมีรายได้รวมในปี 2015 โตเพียง 4% Y-Y แต่กำไรสุทธิโตได้มากกว่าที่ 11.7% Y-Y เป็น 2,153 ล้านบาท มาจากรายได้ค่าเช่าที่เติบโตสูง 37% Y-Y และการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ Super Sport ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 23% Y-Y

ปรับกลยุทธ์ลดการขยายสาขาปี 2016-2020 และเน้นเพิ่มอัตรากำไร : จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารเผยแผนการเติบโตระยะยาวปี 2016-2020 โดยปรับลดแผนเปิดสาขาใหม่จากปีละ 4-5 สาขาในอดีต เป็น 2 สาขาในปี 2016 (นครศรีธรรมราช/CPN และลพบุรี/Lifestyle Center) และจะเปิดปีละ 3 สาขาในช่วงปี 2017-2020 ส่วนสาขาในเวียดนามชะลอออกไปก่อน โดยปัจจุบันมี 2 สาขาในเวียดนาม (สาขาที่ฮานอยเป็นของบริษัทเอง ส่วนที่โฮจิมินห์เป็นการให้ Franchise) พร้อมกับมีแผน Renovate 4 สาขาในปีนี้ได้แก่ พระราม 9, เชียงใหม่, ราชบุรี และ จันทบุรี ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้า SSSG ปีนี้ที่ 4% Y-Y และตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมที่ 8% Y-Y สำหรับกลยุทธ์หลักที่ผู้บริหารจะเน้นต่อเนื่องคือเพิ่มความสามารถทำกำไรให้สูงขึ้น โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงอย่าง Private Brand (ปัจจุบันมีสัดส่วน 9% ของรายได้รวม) และ International Brand (ปัจจุบันมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของรายได้รวม) เช่น Claire’s, Payless, babyshop, JustBuy 60 THB เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่เพียงไม่กี่สาขาเท่านั้นและได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยมีเป้าหมายเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้เป็น 25% จาก 24.5%

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้เป็นเติบโต 19.6% Y-Y : เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแผนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2016 ขึ้นจากเดิม 4.5% เป็น 2,576 ล้านบาท เติบโต 19.6% Y-Y ด้วยสมมติฐานเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง, SSSG ที่ 3% Y-Y,อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 20 bps ถือว่า Conservative กว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 50 bps และคาดรายได้ค่าเช่ายังเติบโตต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลงจากฐานสูงและการเปิดสาขาใหม่น้อยลง ล่าสุดแนวโน้ม SSSG 1Q16 ยังฟื้นตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฟื้นตัวของสาขาในต่างจังหวัด จากทั้งฐานที่ต่ำในปีก่อนและการเริ่มประสบความสำเร็จในการนำเสนอสินค้าใหม่ในกลุ่ม International Brand เราจึงปรับราคาเป้าหมายปี 2016 เป็น 56 บาท จากเดิม 54 บาท (DCF)