วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนุสรณ์' ประเมินผลกระทบภัยแล้งพุ่ง 5 หมื่นลบ.

"อนุสรณ์" ประเมินภัยแล้งกระทบเศรษฐกิจโดยรวมไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ชี้หากรุนแรงมากขึ้นอาจดันหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีภาคเกษตรทะลุ 80%

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบภัยแล้งต่อภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจ ว่า ภาพรวมความเสียหายเชิงเศรษฐกิจต่อพืชผลต่าง ๆ ในภาคเกษตรกรรมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 19,460-20,000 ล้านบาท รายได้เกษตรกรลดลง 3,430 บาทต่อครัวเรือนต่อปี มีภาคเกษตรที่จดทะเบียน 7.1 ล้านครัวเรือน ความเสียหายต่อรายได้ของเกษตรกรจากภัยแล้งอยู่ที่ 24,353-25,000 ล้านบาท รวมความเสียหายต่อผลผลิตการเกษตรและรายได้ของเกษตรกร 43,813-45,000 ล้านบาท จีดีพีภาคเกษตรกรรมลดลง สินค้าเกษตรที่กระทบมาก คือ ไม้ผล ข้าวนาปรัง สับปะรด ปาล์มน้ำมัน กระทบปานกลาง คือ ข้าวนาปี ปศุสัตว์ กระทบไม่มาก คือ มันสำปะหลัง อ้อย

ทั้งนี้ ภัยแล้งเป็นปัญหาสำคัญของชาติที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ นอกจากภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยแล้งแล้ว ภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบ เช่น ภาคการบริโภค ภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ภาคการค้า ภาคท่องเที่ยว เมื่อประเมินผลกระทบภัยแล้งต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวม (รวมภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ) ไม่น่าจะต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท และหากปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้างและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ยืดเยื้อ จะก่อให้เกิดการอพยพทิ้งถิ่นฐานที่ดินทำกิน ละทิ้งที่อยู่อาศัย ปัญหาภาวะโลกร้อนทำให้สภาพอากาศผันผวนรุนแรงขึ้น เกิดภาวะแห้งแล้งถี่ขึ้นและยาวนานขึ้น เกิดภาวะน้ำท่วมถี่ขึ้นและยาวนานขึ้น ผลกระทบภัยแล้งจะทำให้หนี้ครัวเรือนเกษตรกรต่อจีดีพีภาคเกษตรปี 2559 อาจปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับร้อยละ 80 โดยหนี้สินของเกษตรกรในระบบประมาณ 1.6-1.7 ล้านล้านบาท ประมาณร้อยละ 70-75 เป็นหนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ดังนั้น รัฐบาลสามารถทำโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งพักชำระหนี้ได้หากผลกระทบภัยแล้งมีความรุนแรงมากจนกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนเกษตรให้ลดลงต่ำกว่า 153,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบภัยแล้ง ได้แก่ มาตรการระยะสั้น 1.สนับสนุนการจ้างงานเพื่อขุดลอกคูคลองและปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างรายได้เสริมแก่เกษตรกรในชนบท 2. เพิ่มพื้นที่ทำฝนหลวง เร่งรัดโครงการแก้มลิง 3. ส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ประชาสัมพันธ์เลื่อนการปลูกข้าวนาปี และ 4. รณรงค์และสนับสนุนให้ชาวเมืองและเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ส่วนมาตรการระยะยาว ลงทุนการบริหารจัดการน้ำและการจัดการระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ ฟื้นฟูป่าไม้ต้นน้ำ ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อการดูแลและอนุรักษ์แหล่งน้ำชุมชน ศึกษาระบบการใช้น้ำหมุนเวียน นำน้ำเสียมาบำบัดเพื่อนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ ศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ การพัฒนากลไกของตลาดซื้อขายล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยงความผันผวนของตลาด ความร่วมมือระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน