กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในอาเซียน
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่า BJC เป็นหุ้นที่มีเรื่องราวน่าสนใจที่สุดในกลุ่มค้าปลีก บริษัทกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยการเข้าซื้อ BIGC ถือว่าเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ส่วนก้าวที่สองน่าจะเป็นการซื้อ Metro Vietnam ต่อจาก TCC ในขณะที่ B’s Mart (ร้านสะดวกซื้อในเวียดนาม) น่าจะมรผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการใช้ความเชี่ยวชาญและ Know How ของ BIGC มาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้เราได้รวมการเข้าซื้อ BIGC ในประมาณการกำไรของ BJC แล้ว เพื่อให้นักลงทุนมองเห็นภาพของผลประกอบการและมูลค่าหลังการเข้าซื้อกิจการได้ชัดเจนขึ้น เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 เป็น 45 บาท และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จาก ถือ
ต้นทุนทางการเงินมีโอกาสต่ำว่าที่เราประเมิน
ผู้บริหารยังไม่เปิดเผยเงื่อนไขทางการเงิน, ต้นทุนอัตราดอกเบี้ยและเป้าหมายอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนหลังเข้าซื้อ แต่บอกป็นนัยว่าต้นทุนอัตราดอกเบี้ยซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมการทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับสัญญาเงินกู้ระยะสั้น น่าจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 4-5% และมีความเป็นไปได้ที่จะต่ำกว่าที่เราประมาณการที่ 3.5% เรามองว่าปัจจัยนี้จะยิ่งทำให้การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นบวกมากขึ้นและยืนยันมุมมองของเราว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวจะหนุนให้ EPS เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันเราตั้งสมมติฐานเชิงระมัดระวังว่า ต้นทุนทางการเงินของบริษัทอยู่ที่ 3.5%
ผลประโยชน์จากการเข้าซื้อ BIGC
ประโยชน์จากการเข้าซื้อ BIGC นั้นดูเหมือนจะมากกว่าที่เราคาดไว้ นอกเหนือจากที่เราเคยกล่าวถึงก่อนหน้า (ขายสินค้าผ่าน BIGC ได้ง่ายขึ้น, เป็นผู้รับจ้างหลักในการผลิตสินค้าแบรนด์ของ BIGC เอง, และการเข้าถึงข้อมูลลูกค้า) BJC ยังวางแผนที่จะใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ BIGC มาปรับปรุงร้านค้าปลีกรูปแบบอื่นๆ อย่างเช่นร้านสะดวกซื้อ B's mart ในเวียดนามและ M-point Mart (ร้านสะดวกซื้อในลาว) ของบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ ร้ายขายยา Pure ของ BIGC จะช่วยต่อยอดกลุ่มธุรกิจการแพทย์ของ BJC ลงไปสู่ปลายน้ำได้เป็นอย่างดี
กำหนดการเข้าซื้อกิจการ
ถ้าหากผู้ถือหุ้นอนุมัติให้บริษัทเข้าทำธุรกรรมได้ในวันที่ 21 มี.ค. บริษัทจะเข้าซื้อกิจการ BIGC ในสัดส่วน 58.55% จากคาสิโนภายในสิ้นเดือนมี.ค. การทำคำขอเสนอซื้อหลักทรัพย์จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. และสัดส่วนในการถือหุ้นของ BJC สุดท้ายน่าจะได้ข้อสรุปได้ภายในเดือนพ.ค. อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยว่าจะรีไฟแนนซ์ bridging loan เป็นหนี้ ระยะยาว และจะเพิ่มทุนในเวลาใด แต่เราเชื่อว่า BJC จะทำการรีไฟแนนซ์ให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ล็อคอัตราดอกเบี้ยงินกู้ที่ค่อนข้างต่ำและลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
รวม BIGC ในประมาณการกำไร BJC
เรารวมการเข้าซื้อกิจการ BIGC ในประมาณการกำไร BJC ด้วยสมมติฐานดังนี้ 1) การเข้าซื้อหุ้นของ BIGC ในสัดส่วน 58.55% จะเกิดขึ้น ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2) คำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จในสิ้นเดือนพ.ค. 3) บริษัทเข้าถือหุ้น BIGC ที่สัดส่วน 80% 4) อัตราดอกเบี้ย bridging loan รวมค่าธรรมเนียมและต้นทุนการประกันความเสี่ยงอยู่ที่ 3.5% 5) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสำหรับเงินกู้ระยะยาวอยู่ที่ 3.25% โดยรีไฟแนนซ์สิ้นเดือนก.ย. 6) เพิ่มทุนสิ้นเดือนก.ย. และ 7) อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2 เท่า ณ สิ้นปี 2559









